
ตำรวจเตาปูนจับหนุ่ม ทำร้าย-ชิงทรัพย์ยายแท้ๆ จากนราธิวาส เอาเงินไปอวดแฟน หนีเข้ากรุง ก่อนถูกจับ
วันที่ 14 มี.ค.69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร, พ.ต.อ.เด่นโดม ลาภานันต์ ผกก.สน.เตาปูน, พ.ต.ท.กิตติพันธ์ แท่นตั้งเจริญชัย รอง ผกก.ป. สน.เตาปูน, พ.ต.ท.พลากร มากมูล สว.สส.สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิชญ์ภาส กตัญญูทิตา รองสวป.สน.เตาปูน ชุดเคลื่อนที่เร็ว ฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.เตาปูน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ตันหยง ร่วมกันจับกุม นายอีซูวัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 832/2568 ลงวันที่ 16 ธ.ค.68 ข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน จับกุมได้ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
สืบเนื่องจากเพจสืบนครบาล idmb ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายแม่ตัวเองถูกหลานทำร้ายชิงทรัพย์ไป ตำรวจ สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส แจ้งว่าได้ออกหมายจับแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในคดีว่าได้ตามตัวคนร้าย จึงขอความช่วยเหลือทางเพจช่วยอีกทางหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ย.68 เวลาประมาณ 03.00 น. ขณะที่ผู้เสียหายหญิง อายุ 77 ปี นอนอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว ได้มีของบางอย่างมาถูกศีรษะ จึงได้ลืมตาดูเห็นเป็นชาย จึงพูดว่ามาทำกูทำไม จะเอาอะไรก็เอาไป และในขณะเดียวกันก็ถูกบีบคอ ถูกเอาหมอนกดปิดหน้า ถูกชกบริเวณใบหน้าที่คาง ที่ปาก จนสลบ จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. ลูกสาวที่มีบ้านอยู่ข้างเคียงกันเข้ามาพบ แล้วเรียกรถกู้ภัยมารับตัวส่ง รพ. จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอีซูวัน และเป็นหลานของตัวเอง
หลังจากเกิดเหตุ ได้ขี่รถจยย.หลบหนีไป ญาติพยายามติดตามตัวแต่ไม่พบ ต่อมาลูกสาวผู้เสียหายได้สอบถามแฟนสาวของ นายอีซูวัน และคุยเรื่องที่เกิดขึ้น โดยทรัพย์สินที่ได้ไปมีแหวนทอง เงินสดหลายหมื่นบาท ก่อนส่งภาพแหวนทองให้ดู แฟนสาวของ นายอีซูวัน ยืนยันว่าเหมือนกับวงที่ นายอีซูวัน นำแหวนนั้นไปเปลี่ยนที่ร้านทองเป็นแหวนคู่
ขณะที่พยานให้การว่า เคยเป็นแฟนกับ นายอีซูวัน และเมื่อวันที่ 4 พ.ย.68 นายอีซูวันได้ไปหาพยานซึ่งทำงานอยู่ที่เกาะล้าน ตอนที่ นายอีซูวัน ไปหาได้โชว์แบงค์พันเป็นปึกๆ ประมาณ 40,000 บาท และมีแหวนทอง 1 วง ก่อนจะขอให้ลบโซเชียลมีเดียทั้งหมด บล็อกการติดต่อทางมือถือทั้งหมด รวมทั้งไม่ให้ติดต่อกับใครและไม่ให้ออกไปทำงาน เมื่แพยานหนีมากรุงเทพฯ ก็ถูกส่งข้อความาข่มขู่ ต่อมาชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเข้าจับกุมได้ดังกล่าว จึงคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
