ทลายเซฟเฮาส์ รวบ 4 ผู้ต้องหา เครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 4.29 ล้านเม็ด

สืบนครบาล 1 ขยายผลทลายเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ในพื้นที่ลพบุรี รวบผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 4.29 ล้านเม็ด

วันที่ 16 มี.ค. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.ณัชฐปกรณ์ หัดคำ รอง ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.เอกยุทธ อดิสร สว.กก.สส.บก.น.1

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ได้แก่ นายเฉลิมพล หรือ “จูน” อายุ 28 ปี, นายพีรพล หรือ “เม่น” อายุ 28 ปี, นายวิชัย อายุ 49 ปี
และ นายนิพล อายุ 59 ปี

จับกุมได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ต.บางขันหมาก อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี พร้อมของกลางยาบ้า รวม 4,290,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และรถยนต์ 4 คัน โดยการจับกุมเกิดขึ้นช่วงวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 00.00–06.00 น.ที่ผ่านมา

สืบสวนเครือข่ายรายใหญ่ ลอบขนยาบ้าเข้าพื้นที่

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ 10–14 มีนาคม 2569 พบรถยนต์ต้องสงสัยมีพฤติกรรมลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดมาเก็บไว้ภายในบ้านพักบริเวณถนนลพบุรี–สิงห์บุรี ต.บางขันหมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์คันดังกล่าวขับออกจากบ้านพัก โดยมีนายพีรพลเป็นผู้ขับขี่ จึงเรียกให้หยุดรถและแสดงตัวเข้าตรวจค้น ก่อนขยายผลจากการซักถาม นายพีรพล รับสารภาพว่า ได้ลักลอบขนยาเสพติดมาเก็บไว้ในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและพบ นายเฉลิมพล แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องพัก

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าประมาณ 1,880,000 เม็ด วางอยู่บนพื้นภายในห้องพัก จากการสอบสวน นายพีรพล ให้การว่า ตนกำลังจะขับรถไปรับยาเสพติดอีกล็อตหนึ่งจากพื้นที่พุแค จ.สระบุรี เพื่อนำมาเก็บไว้ที่บ้านพัก โดยมี นายเฉลิมพล ทำหน้าที่เฝ้ายาเสพติด เพื่อเตรียมส่งจำหน่ายให้ลูกค้าตามจุดต่าง ๆ ที่มีการนัดหมาย โดยจะได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 100,000 บาท และแบ่งกันระหว่างผู้ร่วมขบวนการ

ขยายผลรวบเพิ่มอีก 2 คน พร้อมยาบ้าอีกกว่า 2.41 ล้านเม็ด

จากการสอบสวนเพิ่มเติม นายพีรพลรับว่าได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยจะมีการส่งข้อมูลการติดต่อเพื่อนัดหมายรับ–ส่งยาเสพติดตามจุดต่าง ๆ หลังจากส่งมอบยาเสพติดเรียบร้อยจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินสด โดยทำมาแล้วประมาณ 1 เดือน จำนวน 2 ครั้ง

ในวันเกิดเหตุ นายเฉลิมพลต้องไปรับยาเสพติดจากอีกเครือข่ายหนึ่ง บริเวณปั๊มน้ำมันถนนมิตรภาพ ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี โดยนายพีรพลสมัครใจพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้น จนสามารถจับกุม นายวิชัย และ นายนิพล พร้อมยึดยาบ้าได้เพิ่มอีก 2,410,000 เม็ด

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าเคยรับจ้างลำเลียงยาเสพติดมาแล้ว โดยครั้งแรกได้รับค่าจ้าง 9,000 บาท และแบ่งกันคนละครึ่ง

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมของกลางยาบ้ารวม 4,290,000 เม็ด ส่ง กก.สส.บก.น.1 เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม

ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”

ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน และขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

ตำรวจชี้เครือข่ายใหญ่เสียหายหนัก หลังถูกกวาดล้างต่อเนื่อง

พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีแนวโน้มลดลง โดยสถิติการรับแจ้งเกี่ยวกับยาเสพติดลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากมีการประสานการทำงานกับตำรวจภูธรภาคต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ จากการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ ทำให้ขบวนการได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงพยายามกระจายยาเสพติดลงสู่พื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น พร้อมทั้งหาผู้รับจ้างลำเลียงรายใหม่ ซึ่งปัจจุบันหาคนลำเลียงได้ยากและค่าจ้างสูงขึ้น

พล.ต.อ.สำราญ ยังเตือนประชาชนว่า หากมีผู้ชักชวนให้รับจ้างขนสิ่งของโดยไม่ทราบที่มา ควรระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลไปยังผู้สั่งการ ซึ่งเชื่อว่าอาจอยู่ต่างประเทศ โดยติดตามจากเส้นทางการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์และเส้นทางการเงิน เพื่อติดตามจับกุมเครือข่ายทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป