ราคาน้ำมันโลกกำลังได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า วิกฤติพลังงานอาจกลับมาอีกครั้งหรือไม่
แต่ในมุมของนักวิชาการ ปัญหาที่โลกกำลังเจออาจไม่ใช่ “น้ำมันจะหมด” แต่คือ “น้ำมันกำลังจะแพงขึ้น”

‘รศ. ดร.ภูรี สิรสุนทร’ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ถึงแม้ ‘ตะวันออกกลาง’ จะเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก แต่ระบบพลังงานโลกยังมีทางเลือกอื่น ทั้งแหล่งผลิต และเส้นทางขนส่งที่สามารถทดแทนกันได้ จึงไม่น่าจะเกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลน เพียงแต่ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นจากต้นทุน และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
เขาประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบอาจขยับจากราวบาร์เรลละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแตะประมาณ 140 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่อาจไม่ถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะหลายประเทศจะพยายามพยุงตลาด เช่น กรณีที่ ‘องค์การพลังงานระหว่างประเทศ’ (IEA) มีมติปล่อยน้ำมันดิบสำรองฉุกเฉินออกสู่ตลาดถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการปล่อยสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคา
หากมองกลับมาที่ประเทศไทย ความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่ที่การไม่มีน้ำมันใช้ แต่เป็น ‘ต้นทุนพลังงาน’ ที่อาจเพิ่มขึ้น ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 51% ขณะที่ปัจจุบันมีน้ำมันสำรองรวมราว 95 วัน แบ่งเป็นน้ำมันที่อยู่ในประเทศประมาณ 39 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 26 วัน และน้ำมันที่มีการยืนยันแหล่งจัดหาจากทั่วโลกอีกประมาณ 30 วัน
อย่างไรก็ตาม หากเกิดความตึงเครียดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก การขนส่งอาจต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นที่ยาว และมีต้นทุนสูงกว่า เช่น การอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป หรือใช้ท่าเรือทางเลือกในประเทศแถบอ่าวอาหรับ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้นในที่สุด
ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลไทยพยายามออกมาตรการเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน เช่น การรณรงค์ประหยัดพลังงาน การส่งเสริมการทำงานแบบ Work From Home และการใช้กลไกของ ‘กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง’ เพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับขึ้นเร็วเกินไป
‘ภูรี’ มองว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และยังอาจสร้างภาระทางการคลังในระยะยาว หากรัฐบาลต้องกู้เงินมาเติมเงินให้กองทุน เมื่อสถานการณ์พลังงานโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประเทศไทยอาจยังต้องใช้น้ำมันในราคาสูงต่อไป เพราะต้องนำเงินไปคืนกองทุน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมองว่า วิธีจัดการกับปัญหาราคาพลังงานไม่ควรจำกัดอยู่แค่การพยุงราคาในระยะสั้น แต่ควรปรับโครงสร้างระบบพลังงานไปพร้อมกัน พร้อมเสนอ 4 แนวทางที่มองว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น
- ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อลดการบิดเบือนราคาในระบบพลังงาน
- พิจารณาปรับลดหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันในช่วงที่ประเทศเผชิญวิกฤติพลังงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้ เพื่อลดภาระประชาชน และลดแรงกดดันต่อกองทุนน้ำมัน
- สำรวจข้อมูลการใช้พลังงานของครัวเรือน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นแบบมุ่งเป้า เพราะการอุดหนุนราคาน้ำมันแบบถ้วนหน้า อาจทำให้กลุ่มที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงได้รับประโยชน์มากกว่ากลุ่มรายได้น้อย
- เร่งผลักดันพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ
ในมุมของ ‘ภูรี’ ปัญหาพลังงานที่ไทยกำลังเผชิญจึงอาจไม่ใช่เพียงเรื่องราคาน้ำมันในระยะสั้น แต่เป็นคำถามเชิงโครงสร้างว่า ระบบพลังงานของไทยจะรับมือกับความผันผวนของโลกได้อย่างไร โดยไม่สร้างภาระต่อการคลังของรัฐ และเศรษฐกิจในระยะยาว
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา
