
ร่างทรงทหาร! รัฐสภาเมียนมา เลือก ขิ่น ยี หน.ยูเอสดีพี นั่งปธ.สภาผู้แทนราษฎรคนใหม่
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐสภาชุดใหม่ของเมียนมาได้เลือกนายขิ่น ยี ประธานพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา(ยูเอสดีพี) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมาให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรของเมียนมา
ขิ่น ยี อดีตนายพลจัตวาและอดีตผู้บัญชาการตำรวจของเมียนมาซึ่งเป็นประธานพรรคยูเอสดีพี เป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวที่ได้รับการเสนอชื่อและได้รับการโหวตรับรองจากให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างการประชุมครั้งแรกของรัฐสภาเมียนมาชุดใหม่ที่มีขึ้นในวันจันทร์นี้ผ่านการถ่ายทอดสดทางออนไลน์
นับเป็นการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหารล้มรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อ 5 ปีก่อน และเกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งที่แบ่งเป็นหลายระยะตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งพรรคยูเอสดีพีที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมาคว้าชัยชนะครองเสียงข้างมาก ท่ามกลางผู้ออกมาใช้เลือกตั้งต่ำและไร้ฝ่ายค้าน โดยกองทัพเมียนมาอันทรงอำนาจยังคงควบคุมอำนาจอย่างแข็งแกร่ง
ก่อนหน้านี้รอยเตอร์รายงานว่า ขิ่น ยีได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นบทบาทสำคัญสำหรับกองทัพในการผลักดันวาระของตน
หลายประเทศตะวันตกมองว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของเมียนมาเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อเสริมสร้างอำนาจการปกครองของกองทัพและสร้างความชอบธรรมให้แก่บรรดานายพล หลังจากถูกโดดเดี่ยวจากการคว่ำบาตรและถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับนานาชาติมานานถึง 5 ปี
ทั้งนี้ พรรคยูเอสดีพีที่ก่อตั้งโดยกองทัพเมียนมาในปี 2010 ได้รับที่นั่งในสภาถึง 81% ในการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะสมทบด้วยนายทหารอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกโดยกองทัพที่ได้รับการจัดสรรที่นั่ง 1 ใน 4 ของรัฐสภาเข้าร่วมด้วย
รอยเตอร์ชี้ว่า การที่กองทัพมีตัวแทนจำนวนมากและมีอิทธิพลต่อพรรคยูเอสดีพี ทำให้สภานิติบัญญัติตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพและทำให้นายทหารระดับสูงมีอำนาจในการกำหนดตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารและผู้นำการรัฐประหารจะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว
ฮติน จ่อ อาย นักวิเคราะห์อิสระ กล่าวว่า “ระดับการควบคุมเช่นนี้ ทำให้เห็นได้ชัดว่าเราไม่สามารถคาดหวังอะไรที่เป็นรูปธรรมจากสภานี้ได้ เพราะเห็นได้ชัดว่าเป็นรัฐสภาที่จะทำงานตามอำเภอใจของผู้นำกองทัพเท่านั้น มันเป็นเพียงกลอุบายของผู้นำกองทัพเพื่อถ่ายโอนอำนาจจากมือซ้ายไปสู่มือขวา
นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งคณะทำงานชุดใหม่ที่ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ที่เรียกว่า “สภาที่ปรึกษาแห่งสหภาพ” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนเรียกว่า เป็น “องค์กรเหนือกว่า” ที่จะทำให้มิน อ่อง ลาย ยังคงควบคุมทั้งการบริหารกองทัพและพลเรือนไว้ได้อย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยยืนยันนี่ว่าเป็นการสะท้อนเจตจำนงของประชาชน และว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือนเมษายน ขณะคาดว่าจะมีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและจะมีการมีส่วนร่วมจากนานาชาติและการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น
