หลังจาก สำนักข่าวอัลจาซีร่า เปิดเผยว่า อิหร่านได้เปิดตัวขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง เซจจิล (Sejjil ) ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ใช้โจมตีเป้าหมาย มาใช้เป็นครั้งแรก หลังสงครามระหว่าง สหรัฐ และ อิสราเอล ปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์
ขณะที่ มอสสาด (Mossad) หรือ องค์กรข่าวกรองของอิสราเอล ได้เปิดเผยถึงอาวุธเซจจิลที่อิหร่านได้ใช้ และระบุว่าเป็นการยกระดับความตึงเครียด
เซจจิล หรือ ซาจิล เป็นขีปนาวุธนำวิธีระยะกลาง (MRBM) แบบ 2 ขั้นตอน พัฒนาโดยอิหร่านเอง ถือเป็น 1 ในขีปนาวุธที่ทันสมัยที่สุดในคลังแสงของอิหร่าน นอกจาก เซจจิลแล้ว อิหร่านยังมีขีปนาวุธพิสัยกลาง ที่ยิงได้ประมาณ 1,500-2,000 กิโลเมตร อย่าง Shahab-3, Emad, Ghadr-1 และ Khorramshahr
ESCALATION ‼️
The Revolutionary Guards: For the first time in an operation – we launched a Sejjil missile toward Israel.The Sejjil (also spelled Sajil) is a two-stage solid-fuel medium-range ballistic missile (MRBM) developed by Iran. It is considered one of the most advanced… pic.twitter.com/pPHjZ3Gb4U
— Mossad Commentary (@MOSSADil) March 15, 2026
ขีปนาวุธพิสัยกลางเหล่านี้ ทำให้อิสราเอลและฐานที่มั่นต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสหรัฐ ในกาตาร์ บาห์เรน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อยู่ในระยะที่ยิงไปถึงซึ่งเป็นการขยายเป้าหมายของอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อภูมิภาคนี้ด้วย
เซจจิล นั้น โดดเด่นในฐานะระบบเชื้อเพลิงแข็ง ที่โดยทั่วไปแล้วจะช่วยให้พร้อมยิงได้เร็วกว่าขีปนาวุธเชื้อเพลิงเหลว ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ หากอิหร่านคาดการณ์ว่าจะถูกโจมตีและต้องการตัวเลือกที่ทนทานและตอบโต้ได้ เนื่องด้วย เชื้อเพลิงเหลวต้องเติมเชื้อเพลิงก่อนยิง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงและตรวจจับได้ง่ายกว่า
อาวุธเซจจิลนี้ จะช่วยให้อิหร่านสามารถยิงได้เร็วขึ้น เคลื่อนย้ายฐานยิงได้บ่อยขึ้น ลดเวลาเตือนเป้าหมายได้ด้วย
สำหรับเซจจิลนั้น เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 ต่อยอดจากโครงการขีปนาวุธก่อนหน้า ได้เริ่มทดสอบครั้งแรกในปี 2008 และปรับปรุงให้เป็น เซจจิล 2 ซึ่งมีระบบนำทางและระยะทำการได้ดีกว่า มีรายงานว่า การทดสอบครั้งหนึ่งบินได้ไกลเกือบ 1,900 กิโลเมตร โดย มอสสาดระบุว่า สามารถยิงได้ไกลถึง 2,000 – 2,500 กิโลเมตร
ขีปนาวุธนี้ ได้รับฉายาว่า ขีปนาวุธเต้นรำ เพราะคล่องตัวสูง หลบหลีกระบบป้องกันได้ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) ระบุว่า ขีปนาวุธนี้สามารถบรรทุกหัวรบได้หนึ่งหัว โดยแต่ละหัวมีน้ำหนักประมาณ 700 กิโลกรัม
และอิหร่านได้นำขีปนาวุธดังกล่าวมาจัดแสดงในระหว่างการสวนสนามทางทหารคู่กับระบบอื่นๆ เช่น ขีปนาวุธ Shahab-3 และ Ghadr-1


เรียบเรียงจาก Times of India / Aljazeera / Mossad
