
อียู ชงโมเดล ความริเริ่มทะเลดำ เปิดทางขนส่งน้ำมัน-ก๊าซ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นางคาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวขณะเดินทางมาถึงที่จัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียู ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า ตนได้หารือกับนายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เกี่ยวกับแนวคิดในการเปิดเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจใช้รูปแบบข้อตกลงแบบเดียวกับที่ช่วยนำธัญพืชออกจากยูเครนในช่วงสงคราม โดยชี้ว่าแนวคิดดังกล่าวจะใช้โมเดลข้อตกลงแบบเดียวกับ”โครงการริเริ่มทะเลดำ” (Black Sea Initiative)
นางคัลลาสกล่าวว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้นอันตรายอย่างยิ่งต่อการจัดหาพลังงานให้กับเอเชีย แต่ก็ยังเป็นปัญหาสำหรับการผลิตปุ๋ยด้วย ซึ่งหากปีนี้ขาดแคลนปุ๋ย ก็จะเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร แต่นางคัลลาสไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
นางคัลลาสกล่าวต่อว่า รัฐมนตรีต่างๆ จะหารือกันถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงภารกิจของกองกำลังทางเรือขนาดเล็กของสหภาพยุโรปในตะวันออกกลาง ที่เรียกว่า Aspides ซึ่งปัจจุบันมุ่งเน้นการปกป้องเรือเดินสมุทรในทะเลแดงจากกลุ่มกบฏฮูตีของเยเมน และว่า การรักษาช่องแคบฮอร์มุซให้เปิดใช้งานได้ เป็นผลประโยชน์ของเรา ดังนั้น เราจึงกำลังหารือกันด้วยว่าฝั่งยุโรปจะสามารถทำอะไรได้บ้างในเรื่องนี้
เมื่อถูกถามถึงความสงสัยที่นายโยฮานน์ วาเดฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี แสดงออกมาว่า ภารกิจ Aspides จะมีประโยชน์ในช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ นางคัลลาสกล่าวว่า แน่นอน เราต้องได้รับความเห็นพ้องจากประเทศสมาชิกด้วย หากประเทศสมาชิกบอกว่าเราไม่ควรดำเนินการอะไรในเรื่องนี้ แน่นอนว่านั่นก็เป็นการตัดสินใจของพวกเขา แต่เราจำเป็นต้องหารือกันว่าเราจะช่วยรักษาให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานได้อย่างไร
ทั้งนี้ความริเริ่มทะเลดำ(Black Sea Initiative) หรือข้อตกลงธัญพืชทะเลดำ ริเริ่มโดยสหประชาชาติ เป็นข้อตกลงระหว่างรัสเซีย ยูเครน ตุรกี และยูเครน เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2022 เพื่อเปิดระเบียงมนุษยธรรมให้ยูเครนส่งออกธัญพืชและปุ๋ยผ่านทะเลดำได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางสงครามยูเครน-รัสเซีย เพื่อลดวิกฤตอาหารโลก โดยมีรัสเซีย ยูเครน ตุรกีและยูเอ็นร่วมลงนาม
