
เตหะรานลั่นตอบโต้ บริษัทน้ำมันสหรัฐ จากกรณีสหรัฐถล่มเกาะคาร์ก เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจอิหร่านเพื่อกดดันเปิด ‘ฮอร์มุซ’ ทั้งอาจส่งนาวิกโยธินราว 5,000 คน ไปเสริมกำลังในภูมิภาค รวมถึงตั้งค่าหัวผู้นำ 10 ล้านดอลล่าร์
มติชน รายงานว่าสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว ในวันที่ 14 มีนาคม ยังคงทวีความรุนแรง สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันใดๆ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐบนเกาะคาร์ก ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบที่ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงอิหร่าน ด้วยการมุ่งเป้าหมายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ยกเว้นแหล่งน้ำมัน
สื่ออิหร่านอ้างคำกล่าวของกองบัญชาการทหารคาตัม อัล-อันบิยา ในกรุงเตหะราน ว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานใดๆ ของอิหร่านจะนำไปสู่การตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายบริษัทน้ำมันอเมริกาหรือร่วมมือกับอเมริกาในภูมิภาคนี้
โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารทุกแห่งบนเกาะคาร์ก เป็นการโจมตีทางอากาศที่ทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง และทำลายเป้าหมายทางทหารทั้งหมดในเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นอัญมณีล้ำค่าของอิหร่านอย่างสิ้นเชิงด้วยอาวุธที่ทรงพลังและทันสมัยที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา
“ด้วยเหตุผลด้านความเหมาะสม ผมเลือกที่จะไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ อย่างไรก็ตาม หากอิหร่านหรือใครก็ตามกระทำการใดๆ ที่ขัดขวางการเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผมจะพิจารณาการตัดสินใจนี้อีกครั้งทันที” ทรัมป์ระบุ
โดยสหรัฐได้ทิ้งระเบิดมากกว่า 15 ครั้งบนเกาะ เกิดควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นบริเวณฐานทัพเรือโจเชน หอควบคุมการจราจรทางอากาศ และโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์
พล.ต.มาร์ค คิมมิตต์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐ กล่าวว่า เราได้ยกระดับความเสี่ยงในสงครามนี้ขึ้นอย่างมาก จากเดิมเป็นเพียงกำจัดกองทัพ กำจัดระบอบการปกครอง ตอนนี้กำลังกำจัดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศ สหรัฐกำลังจับเกาะแห่งนี้เป็นตัวประกัน เพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการปิดช่องแคบดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นแล้ว
ทั้งนี้ เกาะคาร์กเป็นเกาะเล็กๆ ยาว 5 ไมล์ นอกชายฝั่งอิหร่าน เป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 90% ของประเทศ โดยเกาะดังกล่าวไม่ถูกแตะต้องในช่วงสองสัปดาห์แรกของสงครามกับอิหร่าน
ซีบีเอสนิวส์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 ราย กล่าวว่า คาดว่าจะมีการส่งหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่น รวมถึงเรือรบเพิ่มเติม ไปเสริมกำลังในตะวันออกกลาง ก่อนหน้านั้น เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กำลังพลจากหน่วยพร้อมรบสะเทินน้ำสะเทินบกและหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 ของสหรัฐในญี่ปุ่น จะถูกย้ายไปยังตะวันออกกลาง ทั้งนี้ โดยปกติแล้วกลุ่มกำลังพลยกพลขึ้นบกของสหรัฐจะประกอบด้วยนาวิกโยธินและทหารเรือประมาณ 5,000 นาย
สื่อสหรัฐรายงานอย่างกว้างขวางว่า กองทัพสหรัฐเตรียมส่งกำลังเสริมไปยังอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงกลุ่มเรือรบยกพลขึ้นบก (ARG) ที่ประกอบด้วยนาวิกโยธินและทหารเรือมากถึง 5,000 นาย
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐโดยกระทรวงต่างประเทศ ได้เสนอเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 323 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สามารถให้เบาะแสข่าวเกี่ยวกับบรรดาผู้นำสำคัญของอิหร่าน รวมถึงโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ว่าอยู่ที่ใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
