ตร.สรุปสำนวนคดีรันเวย์ VIP เถื่อน ส่ง ป.ป.ช.แล้ว หลัง DSI ยุติเรื่องสืบสวนเช่นเดียวกัน

ตำรวจ สภ.ปากช่อง สรุปสำนวนสอบสวนคดีรันเวย์ VIP เถื่อน พื้นที่ตำบลขนงพระ จ.นครราชสีมา ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนแล้ว หลัง DSI ยุติเรื่องสืบสวน หลุดคดีพิเศษ เช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 จากกรณีเมื่อปี 2568 ได้มีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รวมถึงนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกับบุคคลและนิติบุคคล จากการสร้างสนามบินทับถนนนิคม บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 12 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตามมาตรา 15 จำนวนเนื้อที่ 0-2-94 ตารางวา โดยทั้งหมดต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน ณ สนามบินขนงพระ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511, พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นการทับถนนสาธารณะนิคมสร้างตนเองลำตะคองโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดิน รวมถึง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก็ได้รับข้อมูลและพยานหลักฐานจากผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ อาทิ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ และ ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท ที่ได้ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่สนามบินส่วนบุคคล ในบริเวณพื้นที่ ต.ขนงพระ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ

โดยปรากฏภาพข่าวว่าถนนสาธารณะดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นการใช้ถนนสาธารณะ เพื่อเป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคลยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกันมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความเดือนร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อคนในพื้นที่ ดีเอสไอจึงได้ตั้งเรื่องตรวจสอบ ก่อนพิจารณารายละเอียดเนื้อหาเพื่อเสนอขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับไว้ดำเนินการเป็นคดีพิเศษ

ความคืบหน้ามีรายงานภายในสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า คดีการสอบสวนการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ของพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ที่ได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ล่าสุดพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ได้สอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนพร้อมความเห็นทางคดีส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา

ในข้อกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พร้อมระบุรายละเอียดพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่รัฐ นิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่เข้าไปเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ต.ขนงพระ ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง กรณีปล่อยปละละเลยให้มีการสร้างสนามบินทับถนนนิคม บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 12 คือ นิคมสร้างตนเองลำตะคอง และนอกจากนี้ ยังมีนิติบุคคล บุคคลธรรมดาที่เข้าไปมีพฤติการณ์เกี่ยวข้อง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานความคืบหน้าการสืบสวนคดีดังกล่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากแหล่งข่าวในสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า นอกจากคดีการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ที่ส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนแล้วนั้น ในคดีการสืบสวนการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ที่ดีเอสไอได้ทำการสืบสวน ก็ได้มีการสรุปสำนวนสืบสวนส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงเเล้วเช่นกันเมื่อเดือน ธ.ค. 68

เนื่องจากเรื่องร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว เป็นการสืบสวนสอบสวนในเรื่องเดียวกัน ประเด็นเดียวกันกับทางพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเรื่องสืบสวนที่ 108/2568 กรณี ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ดำเนินการสืบสวนโดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ และ ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท หรือเจ๊แมว ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ

โดยปรากฏภาพข่าวว่าถนนสาธารณะดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นการใช้ถนนสาธารณะ เพื่อเป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคล ยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกันมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความเดือนร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อคนในพื้นที่

ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอจึงได้ลงพื้นที่จริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.ขนงพระ เพื่อรับฟังและรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะการตรวจสอบเบื้องต้นในส่วนของถนนสาธารณะประโยชน์ หรือเส้นทางธารณะประโยชน์ และจุดสิ้นสุดของเส้นทางสาธารณะฯ ที่พบว่าด้านหลังสุดมีสนามหญ้าที่ถูกใช้เป็นสนามกอล์ฟไปเเล้ว

ทั้งที่ข้อเท็จจริงบริเวณดังกล่าวคือทางสาธารณะที่ชาวบ้านสัญจรได้ นอกจากนี้ พนักงานสืบสวนดีเอสไอยังเคยประสานข้อมูลเอกสารจาก 5 หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1.อบต.ขนงพระ 2.กรมที่ดิน 3.นิคมสร้างตนเองลำตะคอง 4.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย 5.สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเข้าสู่สำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง ก่อนเตรียมประมวลเรื่องและพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอขออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ

แต่ปรากฏว่าในทางการสืบสวนยาวนานกว่า 5 เดือน (นับแต่วันที่ 17 ก.ค. 68) ทางดีเอสไอได้ยุติเรื่องสืบสวนส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อให้สำนวนการสืบสวนของดีเอสไอส่งคู่ไปพร้อมกับสำนวนของตำรวจ สภ.ปากช่อง โดยที่ท้ายสุดดีเอสไอ ไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด