พิพัฒน์ รับดีเซลขยับขึ้น-พยายามอั้นไม่เกิน 33 บาท เล็งให้อำนาจคลังค้ำประกันชดเชย

พิพัฒน์ รัชกิจประการ
พิพัฒน์ รัชกิจประการ

พิพัฒน์รับน้ำมันดีเซลขยับขึ้นหลักสตางค์ ไม่ถึงบาท ชี้พยายามอั้นไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ส่งให้ภาคขนส่ง-เกษตร ลดปัญหาต้นทุนการขนส่ง ส่วนกองทุนน้ำมันล่าสุดติดลบ 1.2 หมื่นล้าน รอรัฐบาลใหม่ ให้อำนาจกระทรวงการคลังเซ็นค้ำประกันชดเชยกองทุนน้ำมัน หากไม่ทัน เตรียมชง กกต.ขอเป็นกรณีพิเศษ เผยข่าวดี กต.เจรจารัสเซียขอซื้อน้ำมันดิบแล้ว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ขอให้กระทรวงพลังงานยืนยันว่าเรายังมีน้ำมันใช้ เนื่องจากเห็นหน้าสถานีบริการน้ำมันเปิด-ปิด ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยืนยันจากข้อมูลเมื่อวานนี้ (16 มี.ค. 69) มีน้ำมันใช้ 96 วัน ดังนั้น ยังมีน้ำมันสำรองอยู่

ส่วนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสถานีบริการต่าง ๆ นั้น สาเหตุใหญ่เกิดจากการขนส่งไม่ทัน และที่สำคัญสถานีบริการที่มีบริษัทแม่ดูแลอยู่ เช่น เชลล์ ปตท. ซัสโก้ บางจาก และคาลเท็กซ์ ประมาณ 10,000 สถานีบริการ ส่วนสถานีที่ไม่มีแบรนด์ รวมถึงปั๊มหลอดตามหมู่บ้านต่าง ๆ ประมาณ 23,000 แห่ง ไม่มีน้ำมันจำหน่าย รถจำนวนมากต้องแห่เข้ามาใช้บริการสถานีของบริษัทแม่ดูแล ทำให้การเตรียมการไม่ทัน

โดยเฉพาะระบบการขนส่งน้ำมันจากคลัง ทำให้สถานีบริการต้องปิดเป็นช่วง ๆ หรือบางสถานีบริการก็ขาดน้ำมันบางชนิด ซึ่งการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้จะมีการหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะหารือมาตรการหลังจากนี้ว่าจะทำอะไรต่อ

เมื่อถามถึงการตรึงราคาน้ำมันดีเซล นายพิพัฒน์กล่าวว่าจะประชุมกันในช่วงเย็นวันนี้ แต่บอกได้เลยว่าในวันพรุ่งนี้จะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งเบนซินมีการขยับมาแล้วประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่น้ำมันดีเซลจะเริ่มขยับในวันพรุ่งนี้ แต่ยืนยันว่าจะขยับเพียงหลักสตางค์ไม่ถึงหลักบาท โดยจะเริ่มพรุ่งนี้เช้า ซึ่งจะมีการประชุมสรุปกันในช่วงเย็นวันนี้ (17 มี.ค.) ซึ่งจะอั้นราคาไว้ไม่เกิน 33 บาท

Advertisement

นายพิพัฒน์ยังกล่าวต่อด้วยว่า ช่วงที่นายอนุทินเข้ามาเป็นรัฐบาล 4 เดือน ราคาน้ำมันดีเซลลดลงมาเหลือ 32 บาท แต่ก่อนหน้านั้นเคยแตะขึ้นถึง 34.94 สตางค์ และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นก็ปรับลงมาจาก 35 บาท จากนี้ก็ต้องทยอยปรับขึ้นไป

ส่วนที่ 2 จะมีการปรับสูตร ซึ่งน้ำมันเบนซินเราปรับเรียบร้อยแล้ว มี E10 E20 และ E85 ซึ่งเราจะเห็นโครงสร้างราคาที่มีราคาแตกต่างกัน ซึ่งการปรับสูตรผสมน้ำมันดีเซลก็จะเป็นลักษณะคล้ายกับเบนซิน ที่จะต้องมีการปรับสูตรและบวกราคาเพิ่มขึ้นไป และเมื่อเป็นโครงสร้างลักษณะแบบนี้เราก็จะต้องหาวิธี โดยเบื้องต้นเราจะส่ง B20 ให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคการเกษตร ประมาณการตอนนี้ B20 จะลดจาก B7 ประมาณ 4-5 บาท แต่เป็นการประมาณการที่ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งจะต้องเข้าในที่ประชุมในช่วงเย็นวันนี้

Advertisememt

นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ในส่วนของกองทุนน้ำมันขณะนี้ติดลบอยู่ที่ 12,000 กว่าล้านบาท และได้หารือกันในวงประชุมเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่ากองทุนน้ำมันจะติดลบ 40,000 กว่าล้านบาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องหาวิธีการแก้ไข ซึ่งตอนนี้ต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มแถลงนโยบายต่อรัฐสภา กระทรวงการคลังถึงจะเซ็นค้ำประกันได้

เพราะการกู้เงินขณะนี้เท่าที่พูดคุยธนาคารกรุงไทยกับธนาคารออมสินน่าจะสามารถกู้ได้ประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท แต่หากมากกว่านั้นต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ในอดีตเราเคยติดลบสูงสุดประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน แต่ตอนนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของกองทุนที่จะต้องรับผิดชอบ แต่หากรัฐบาลใหม่มาไม่ทัน รัฐบาลที่รักษาการอยู่ในขณะนี้ต้องทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้ยกเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษในกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ

“อย่างไรก็แล้วแต่ ขอยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแน่นอน ในขณะนี้เรายังมีน้ำมันนอกอ่าวไม่น้อยกว่า 50% ที่ทาง ปตท.และกระทรวงพลังงานได้มีการเซ็นสัญญาต่อไปแล้ว และอีก 50% เราก็พยายามหาจากแหล่งน้ำมันอื่นเข้ามาเสริม และที่สำคัญเป็นข่าวดีที่ใหญ่มาก เมื่อวานนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้พูดคุยหารือกับประเทศรัสเซียแล้ว ที่จะขอซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ซึ่งหากได้น้ำมันดิบจากประเทศรัสเซียก็จะไม่มีปัญหาแล้ว”

เมื่อถามว่าจะติดเงื่อนไขหรือไม่ เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีการกำหนดเงื่อนไขในการซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย นายพิพัฒน์กล่าวว่าต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาต่อ เพราะเชื่อว่าวันนี้ทุกประเทศวิกฤต เชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้จะได้รับการผ่อนคลาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง