
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เผยผลการหารือรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งรับปากช่วยลูกเรือ ‘มยุรี นารี’ ที่เหลือ 3 คน-เผยผลหารือกับประเทศสมาชิกรัฐอ่าวอาหรับในประเด็นอื่น ๆ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ
มติชน รายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือกับประเทศสมาชิกรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC) และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางและการช่วยเหลือลูกเรือของเรือมยุรี นารีของไทยที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า หลังจากเรือของไทยถูกโจมตีโดยอิหร่าน เราได้เชิญทูตอิหร่านประจำกรุงเทพฯมาพบ เพื่อประท้วงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะเรือมยุรี นารีไม่ได้ขนยุทธปัจจัยแต่เป็นสินค้าทั่วไป และตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศถ้าไม่ได้เป็นประเทศคู่ขัดแย้งในสงคราม ก็ยังคงมีสิทธิในการเดินเรือโดยปลอดภัยผ่านน้ำอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
พอเกิดเหตุการณ์ สิ่งที่ต้องเร่งคือการช่วยเหลือลูกเรือไทย 20 คน โดยได้รับความร่วมมือจากโอมาน ขณะนี้ ทั้ง 20 คนเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว โดยรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ให้ความช่วยเหลือในการเดินทางผ่านไปขึ้นเครื่องที่กรุงมัสกัตของโอมาน ซึ่งก็ได้โทรศัพท์ไปขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศ UAE แล้วเช่นกัน
ในส่วนของลูกเรือ 3 คนที่ยังอยู่บนเรือ ไม่รู้ว่าชะตากรรมเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้เรือกำลังล่องไปล่องมาระหว่างน่านน้ำโอมานและน่านน้ำอิหร่าน จึงต้องโทร.ติดต่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเพื่อขอให้ช่วยเหลือ ซึ่งฝ่ายนู้นก็รับปากว่าจะช่วย และเสียใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่า เป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยอิหร่านพยายามเตือนแล้วว่า มีสถานการณ์ที่การเดินเรือต้องหลีกเลี่ยง
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนเพราะยังมีการสู้รบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อิหร่านรับปากว่าจะประสานงานกับกองทัพเรืออิหร่านให้ โดยล่าสุด มีการประสานงานระหว่างกองทัพเรือโอมาน กองทัพเรืออิหร่าน และกองทัพเรือไทย เพื่อเร่งการเข้าไปช่วยเหลือลูกเรือ 3 คน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบว่าได้มีการโทรศัพท์หารือกับประเทศสมาชิกรัฐอ่าวอาหรับด้วย
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ได้โทร.คุยกับประเทศบาห์เรนและ UAE ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกและได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยโทร.ไปเพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่บานปลาย และแสดงจุดยืนว่า ไทยอยากจะเห็นสันติภาพกลับมา ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง และเห็นว่าสงครามนี้ไม่ควรจะเกิด ควรใช้ความพยายามทางการทูตในการเจรจา
นายสีหศักดิ์กล่าวกับประเทศดังกล่าวว่า เมื่อสถานการณ์บานปลาย ก็อยากจะให้ทุกฝ่ายช่วยกันลดความรุนแรงของการต่อสู้และการตอบโต้ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า ไทยสนับสนุนสันติภาพ อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามแต่ได้รับผลกระทบ คือ บาห์เรน UAE กาตาร์ คูเวต รวมทั้งเลบานอน โดยฝ่ายนู้นก็ขอบคุณที่ไทยมีจุดยืนดังกล่าว ขณะที่เราก็ขอบคุณที่เขาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยผ่านทาง UAE ส่วนในคูเวต บาห์เรน และกาตาร์ หากจะเดินทางกลับประเทศไทย ต้องเดินทางไปซาอุดีอาระเบียเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับมา
ผู้สื่อข่าวถามถึงการประสานกับประเทศต่าง ๆ เพื่อหาน้ำมันสำรองมาใช้ในสถานการณ์เช่นนี้
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลมีน้ำมันสำรอง 95-100 วันอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดี สถานการณ์การสู้รบมีความไม่แน่นอนสูง โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่า ถ้าไทยสามารถหาน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ ได้ก็น่าจะติดต่อเอาไว้ว่าที่ไหนบ้างที่พร้อมจะขายน้ำมัน
โดยขณะนี้ ติดต่อไปที่รัสเซีย ซึ่งขณะนี้สหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ทำให้เรือขนน้ำมันของรัสเซียที่ออกจากท่าแล้วสามารถที่จะขายน้ำมันให้ประเทศต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ มีการติดต่อไปที่บราซิล ซึ่งพร้อมจำหน่าย รวมถึงไนจีเรียและคาซัคสถาน เราติดต่อไปหลายแหล่ง แต่ในที่สุดแล้วก็ต้องเป็นเรื่องระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกระทรวงแรงพลังงานและ ปตท.ที่จะต้องคุยกันในรายละเอียดต่อไป
นอกจากนี้ กลุ่มประเทศ GCC เตรียมจะเสนอข้อมติเกี่ยวกับการเดินเรืออย่างปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ และขอให้ไทยสนับสนุน ซึ่งเราสนับสนุนในหลักการอยู่แล้ว โดยขอดูเนื้อหาในข้อมติก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
