
บวรศักดิ์ ยก ม.161 วรรค 3 รัฐธรรมนูญ เปิดทางด่วน ‘ครม.ชุดใหม่‘ มีอำนาจเต็มมาแก้วิกฤต แม้ยังไม่แถลงนโยบาย คาดเริ่มงานก่อนสงกรานต์ หรืออย่างช้าไม่เกิน 16 เม.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 17 มี.ค. ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ช่วงหนึ่ง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยอธิบายเป็น 2 รูปแบบ
โดยรูปแบบที่ 1 คือ รูปแบบปกติ หลังโหวตนายกฯ วันที่ 19 มี.ค. จะมีการนำรายชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ และหลังจากมีพระบรมโองการโปรดเกล้าฯ นายกฯแล้ว จากนั้นจะมีการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติรัฐมนตรี ซึ่งแม้จะเป็นรัฐมนตรีคนเดิม แต่ยังต้องยืนยันคุณสมบัติอีกครั้ง หลังจากนั้นมีการนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ คาดว่า จะได้ ครม.ชุดใหม่ช่วงวันที่ 10-11 เม.ย. หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 16 เม.ย.
รูปแบบที่ 2 นายบวรศักดิ์ อธิบายว่า ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติฉุกเฉินด้านพลังงาน ที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ สามารถนำมาตรา 161 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญมาใช้ โดยในการทูลเกล้าฯ รายชื่อครม.ชุดใหม่ เพื่อให้ ครม. มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศเพื่อแก้วิกฤต แม้จะยังไม่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาก็ตาม ซึ่งรูปแบบนี้จะทำการทำงานของ ครม.ชุดใหม่ มีอำนาจเต็มรวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้ เจตน์จำนงของรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ระบุว่า “เนื่องจากเพื่อมิให้การถวายสัตย์ปฏิญาณทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้าบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี จึงได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจให้คณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินไปพลางก่อนที่จะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณได้”
และรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคสอง ระบุถึงการที่รัฐบาลต้องการมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศก่อนการแถลงนโยบาย ว่า “หากมีกรณีที่สําคัญและจําเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สําคัญของแผ่นดินคณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดําเนินการไปพลางก่อนเพียงเทาที่จําเป็นก็ได้”
แหล่งข่าวจาก ครม. เปิดเผยว่า สำหรับรูปแบบที่ 2 ยังไม่เคยมีการใช้มาก่อน ซึ่งหากดำเนินการจริงถือเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ดี สองรูปแบบดังกล่าวนายบวรศักดิ์ แค่อธิบายไทม์ไลน์และแสดงความเห็นส่วนตัวแก่ ครม. เท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

