
อิสราเอล ร่างแผนรบอิหร่านต่ออีก 3 สัปดาห์ ชาติตะวันตกหวั่น ยิวส่งทัพรุกเลบานอน
อิสราเอล ระบุ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ว่าได้ร่างรายละเอียดแผนในการทำสงครามกับอิหร่านอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์ โดยบอกว่ายังมีเป้าหมายที่อิสราเอลอยากโจมตีในอิหร่านอีกหลายพันเป้าหมาย โดยต้องการทำให้ขีดความสามารถในด้านการทหารของอิหร่านอ่อนแอลงไปมากกว่านี้
พันโท นาดาฟ โชชานี โฆษกกองทัพอิสราเอลระบุว่า อิสราเอลต้องการให้ระบอบการปกครองของอิหร่านอ่อนแอลงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และต้องการทำลายขีดความสามารถทั้งหมดของรัฐบาลอิหร่านรวมถึงกองกำลังอื่นๆ ที่อิหร่านหนุนหลัง โดยอิสราเอลจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของโครงการขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน โรงงานนิวเคลียร์ และโครงสร้างด้านความมั่นคงของอิหร่าน
ด้านกองทัพอิสราเอลได้ส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศเลบานอนเพิ่มเติม หลังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทำการยิงจรวดโจมตีอิสราเอลเพื่อเป็นการล้างแค้นให้กับการลอบสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีของอิหร่าน กองทัพอิสราเอลได้ออกคำสั่งให้ประชาชนทางตอนใต้ของเลบานอนอพยพ เพราะจะทำการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของฮิซบอลเลาะห์ หลังเพิ่งทำการโจมตีในกรุงเบรุตไปเมื่อเช้าวันที่ 17 มีนาคม
ทั้งนี้ ผู้นำประเทศแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และอังกฤษ ออกแถลงการณ์ร่วมเตือนว่าปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินของอิสราเอลจะทำให้เกิดผลกระทบด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรงและอาจนำไปสู่การขยายวงของความขัดแย้ง ซึ่งควรหลีกเลี่ยงปฏิบัติการในลักษณะนี้ เพราะสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเลบานอนเลวร้ายอยู่แล้ว แถลงการณ์ร่วมยังเรียกร้องให้อิสราเอลและเลบานอนเริ่มกระบวนการเจรจาเพื่อหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน
ด้านอิหร่านเองยังทำการโจมตีในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยมีการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้สัญญาณเตือนภัยในกรุงเทลอาวีฟดังขึ้น และโจมตีฐานทัพอากาศอัล ดาฟราของสหรัฐในกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ฐานทัพเรือสหรัฐในประเทศบาห์เรน และฐานทัพอากาศชีค อิซาของบาห์เรน นอกจากนั้น สนามบินนานาชาติดูไบของยูเออียังต้องระงับการให้บริการเที่ยวบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังโดรนของอิหร่านโจมตีใส่คลังน้ำมันใกล้กับสนามบิน และซาอุดีอาระเบียยิงสกัดโดรนได้ 34 ลำในเวลา 1 ชั่วโมง
นายอับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อสหรัฐว่ารัฐบาลสหรัฐได้ติดต่อพูดคุยกับอิหร่านอีกครั้งผ่านทางนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อะรอกชีบอกว่าได้ติดต่อกับนายวิทคอฟฟ์ครั้งสุดท้ายก่อนสงครามเปิดฉากขึ้น
