ฝรั่งเศส ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส เกียรติยศสูงสุด แด่’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

ฝรั่งเศส ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส เกียรติยศสูงสุด แด่’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ร่วมกับสมาคมส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส (Grand Prix du Rayonnement Français Association) ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศ สาธารณรัฐฝรั่งเศส จัดพิธีมอบรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส (Grand Prix du Rayonnement Français) ประจำปี 2569 ณ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ซึ่งนับเป็นการจัดพิธีดังกล่าวในต่างประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในปี 2569

ในการนี้ มีบุคคลสำคัญจากภาครัฐและเอกชนจากฝ่ายไทยและฝรั่งเศสเข้าร่วมพิธี ประกอบด้วย นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เจ้าหญิงยาสมีน มูราต์ ประธานสมาคมรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมพิธี พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส

Advertisement

รางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส ริเริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 โดย นางโจแอล การ์ริโย-มาอีญัม (Joëlle Garriaud-Maylam) อดีตสมาชิกวุฒิสภาชาวฝรั่งเศสนอกสาธารณรัฐฝรั่งเศส ปัจจุบันมี เจ้าหญิงยาสมีน มูราต์ ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส พิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ และมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเกียรติภูมิของฝรั่งเศสในระดับสากล โดยโล่รางวัลที่มอบในพิธี ณ ประเทศไทย ประจำปี 2569 นี้ ได้แก่ ผลงานเครื่องปั้นดินเผาพอร์ซเลนประเภทไม่เคลือบ ‘The Pinnacle’ (ยอดหอคอยแห่งความสำเร็จ) รังสรรค์โดย นางสาวสุวรรณี สาระบุตร (นีโน่) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาความพากเพียรและความมุ่งมั่นในการนำพาชีวิตไปสู่จุดสูงสุด

นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ เจ้าหญิงยาสมีน มูราต์ ประธานสมาคมรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโล่รางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส พร้อมประกาศนียบัตร แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้านสาธารณกุศลและการศึกษา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณส่งเสริมการเรียนรู้อารยธรรมและภาษาฝรั่งเศสผ่านสถาบันชั้นนำ อาทิ สมาคมฝรั่งเศส (Alliance Français) สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย (สคฝท.) สถาบันภาษาและอารยธรรมตะวันออกแห่งชาติ (Institut national des langues et civilisations orientales – INALCO) และสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (École française d’Extrême-Orient – EFEO) โดยรัฐบาลฝรั่งเศสได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ (Légion of Honour) ชั้นตรา กรอง ออฟิซีเย (Grand Officier) และเครื่องอิสริยาภรณ์ ออร์เดรอเดปาลเมอซากาเดมิก (Ordre des Palmes Académiques) ชั้นตรา กอมมองเดอร์ (Commandeur)

นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติด้านการส่งเสริมการเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ซึ่งจัดทำโดยสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย จากนั้น ทรงมีพระราชดำรัสเป็นภาษาฝรั่งเศส และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ฝรั่งเศส–ไทย ผลงานของนายมาร์ก ฌอฟฟรอย (Marc Geoffroy) ซึ่งนำเสนอมิตรภาพระหว่างสองประเทศอันยาวนานกว่า 340 ปี ตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมา เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เจ้าหญิงยาสมีน มูราต์ ประธานสมาคมรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก ก่อนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ ณ รถยนต์พระที่นั่ง

จากนั้น ได้มีการมอบรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศสแก่บุคคลและองค์กรจำนวน 10 ราย จากไทยและฝรั่งเศส ในสาขาต่าง ๆ ซึ่งมีคุณูปการในการส่งเสริมชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศสในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ เป็นผู้มอบรางวัล

รายนามผู้ได้รับรางวัลส่งเสริมเกียรติภูมิฝรั่งเศส รวม 11 รายนาม ดังนี้

  1. รางวัลเกียรติยศสูงสุด: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
  2. สาขาวิทยาศาสตร์: นายหลุยส์ กาโบด (Louis Gabaude) ผู้อำนวยการสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (EFEO) ศูนย์เชียงใหม่ และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  3. สาขาวัฒนธรรม: นายโรแบร์ บูแกร็ง-ดูบูร์ (Robert Bougrain-Dubourg) ผู้ก่อตั้งองค์กรอนุรักษ์ไร้พรมแดน และ นางกฤติยา กาวีวงศ์ หัวหน้าภัณฑารักษ์และผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน
  4. สาขาส่งเสริมประชาคมผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส: สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย (สคฝท.) และ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ (Alliance Française de Bangkok)
  5. สาขาสังคมสงเคราะห์: นางเอลิซาเบ็ธ ซานา (Elisabeth Zana) ประธานมูลนิธินัท (NAT Association)
  6. สาขาอาหาร: สถาบันเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต
  7. สาขาเศรษฐกิจ: มิชลิน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย
  8. สาขากีฬา: นายอองตวน ปินโต (Antoine Pinto) และ นายวิคเตอร์ ปินโต (Victor Pinto)
นายหลุยส์ กาโบด (Louis Gabaude) ผู้อำนวยการสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (EFEO) ศูนย์เชียงใหม่