
เอกนิติ เปิดฟลอร์สัมมนาประชาชาติธุรกิจ เปิดแผน Long Game ประเทศไทย รับเกมโลกเปลี่ยน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-AI-พลังงานสะอาด ให้เทรนด์โลกเป็นลมใต้ปีก เปิดรับต่างชาติย้ายฐานมาลงทุนในอาเซียน ช่วงโลกเกิดสงครามตะวันออกกลาง
ที่ห้องแกรนด์ฮอลล์ ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก (เพลินจิต) หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดเวทีสัมมนา Prachachat Exclusive Forum 2026 : The Long Game #เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในหัวข้อ The Long Game เศรษฐกิจไทย ว่าเศรษฐกิจไทย ธุรกิจไทย ทำอย่างไรให้ไม่ตาย แต่ต้องโตด้วย วันนี้เราสนใจแต่เรื่องระยะสั้นจะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร GDP จะโตเท่าไหร่
แต่วันนี้เกมของโลกเปลี่ยนไป สิ่งที่เราเห็นหนังตัวอย่างคือสถานการณ์ในปี 2568 ทั้งปี ภาษี Reciprocal Tariff ที่เกิดขึ้น ทำให้ทั่วโลกปั่นปั่วน วันนี้เราเห็นสงครามในตะวันออกกลาง ทั่วโลกก็ต้องปรับตัว และยังมีอีกหลายเรื่องให้ดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น อาจจะเป็นกรณีคิวบา (สหรัฐอเมริกา โจมตีคิวบา) เป็นคิวต่อไป หรืออาจมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย
แต่ผมเชื่อว่าวันนี้โลกเปลี่ยน สิ่งที่เราควรจะสนคือ เราจะอยู่รอดอย่างไร และจะคว้าโอกาสที่โลกเปลี่ยนให้โลกโตขึ้นอย่างไร เพราะวันนี้ระเบียบโลกต่าง ๆ ที่ทุกคนเห็น ในมุมมองเชิงเศรษฐกิจมี 3 เรื่องที่เปลี่ยนไปแล้ว
การที่เราจะมาเล่นและอยู่รอดต้องเข้าใจว่าเกมใหม่เป็นอย่างไร เราถึงจะอยู่รอดและไม่ตาย เราอาจจะเคยแพ้ในเกมที่ผ่านมา แต่ถ้าเราเข้าใจเกมดี วางจุดที่เราอยู่ให้ถูก และไม่ใช่แค่พูดแต่ต้องทำ อาจเป็นผู้ชนะในเกมนี้ก็ได้ ดังนั้น จะไม่พูดว่าน้ำมันราคาเท่าไหร่ จีดีพีจะโตเท่าไหร่ แต่จะพูดถึงเกมใหญ่ ๆ ที่มอง
3 เกมใหญ่เปลี่ยนโลก
นายเอกนิติกล่าวว่า เกมใหญ่ ๆ ที่มอง 1.Geopolitics กับ Geo economics เชื่อมกัน สหรัฐเอาภาษีมาสร้างอำนาจ เหมือนในปี 1980 ใช้ค่าเงินมาสร้างอำนาจ สหรัฐ กับยุโรป บีบให้ค่าเงินญี่ปุ่นแข็ง ทำให้ญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมาที่อาเซียน รวมถึงไทยด้วย จึงเกิดอุตสาหกรรมมากมาย เพราะไทยได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับไว้ เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุต ทำอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คือโอกาสที่เราคว้าเอาไว้ แต่เรายึดติดกับเกมนั้น
พอโลกเปลี่ยนเราไม่ได้ปรับตัว กลายเป็นเสืออ่อนแรง เป็นลูกแมว หรือคนป่วยแห่งเอเชีย เพราะเราไม่ปรับตัว แต่วันนี้เกมนั้นจะเปลี่ยนไปอีกแล้ว เพราะเราเห็นแล้วว่า Geopolitics ทำให้โลกแบ่งเป็นขั้วต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เห็นชัดมากตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง
นักลงทุนอยากจะย้ายฐานมาอยู่ในอาเซียน ผมได้ถามกับนักลงทุนว่า ทำไมถึงสนใจลงทุนในไทย เสียงส่วนใหญ่ตอบว่า ความเป็นไทยค้าขายกับใครก็ได้ รวมถึงเรายังมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีเสถียรภาพเศรษฐกิจภาพใหญ่ที่ดี
“เกมจะย้ายมาอยู่ในอาเซียน ในเรื่องความปลอดภัยมาพร้อมกับเศรษฐกิจ Geopolitics กับ Geo economics เป็นสิ่งเดียวกัน ความมั่นคงกับเศรษฐกิจจะไปด้วยกัน แต่ถ้าเราไม่สามารถวางรากฐานให้ดี ไม่คิดถึงความมั่นคงขึ้นไปด้วย เราอยากได้นักลงทุนเก่ง ๆ มา แต่ก็มีกุ๊ยและเทามา ยิ่งจะทำให้เราแย่ ดังนั้น ความมั่นคงต้องคู่กับเศรษฐกิจ” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า 2 เรื่อง คือ AI เปลี่ยนแน่นอน หลายบริษัทเริ่มใช้แทนคน แต่เมืองไทยอาจจะเป็นโอกาส เพราะแรงงานไม่พอ แต่เราต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เหมือนช่วงปี 1980 ที่เราสร้างโครงสร้างพื้นฐานอีสเทิร์นซีบอร์ด น้ำ ไฟฟ้า สนามบิน ทำให้คนมาลงทุนในไทยเยอะ
แต่วันนี้โครงสร้างในเรื่องดิจิทัล AI เห็น Data center มาลงทุนเยอะมาก ใช้น้ำไทย ใช้ไฟไทย แต่จะต่อยอดจาก Cloud service และ Ai service ทำให้ธุรกิจไทย และคนไทยใช้ประโยชน์ตรงนั้นได้อย่างไร
เราทุกคนในที่นี้ใช้ AI อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้ ต้องเพิ่มทักษะให้คนไทยใช้เป็น ดังนั้น ความเสี่ยงมาพร้อมโอกาส และโอกาสมาพร้อมความเสี่ยง ซึ่งต่างชาติมาลงทุน เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง อาจเป็น Proxy War ถ้าเราไม่ดูเรื่องความปลอดภัยให้ดี
เรื่องที่ 3 เรื่องเศรษฐกิจสีเขียว แม้ประเทศมหาอำนาจไม่ได้สนใจเรื่องสีเขียวเท่าไหร่ แต่วันนี้เราเห็นชัดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานสูงขนาดนี้ เรื่องการปรับตัวเรื่องกรีน ต่อให้เขาไม่สนใจเรื่องกรีน แต่เราต้องปรับตัว พลังงานสีเขียวต่าง ๆ จะช่วยทั้งพลังงานทดแทน ช่วยโลก นี่คือ 3 เรื่องใหญ่ที่เกมจะเปลี่ยน
รอดไม่พอ ต้องไม่ตาย
นายเอกนิติ กล่าวว่า เกมใหม่ของโลกใหม่เปลี่ยนไปแล้ว long game จะอยู่อย่างไรให้เรารอด แต่รอดไม่พอ ไม่ตายไม่พอ เราต้องโตด้วย ต้องคว้าโอกาสเข้าถึงเกมโลกใหม่ ภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก
AI ทำอย่างไรให้เป็นฐานในการยกระดับให้คนไทย ธุรกิจไทย เก่งขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และให้ AI for all ยกระดับไม่ว่าด้าน การแพทย์ สาธารณสุข การศึกษา
เรื่องพลังงานสีเขียว พื้นฐานจะต้องเป็นการลงทุน เพื่อทำให้ไฟสะอาด โซลาต่างๆ เกิดขึ้น ภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเอกชนมาร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดหนี้สาธารณะ โดยทำไทยแลนด์อินฟาสตรัคเจอร์ฟันด์ ซึ่งต่างชาติก็อยากซื้อ ใช้ future in come เอามาขยาย Capacity ต้นทุนอาจแพงหน่อยแต่สามารถขยายการลงทุน ทำให้ asset ประเทศไทยโต คิดว่าพลังงานสะอาดคุ้มค่า และยกระดับประเทศได้
การลงทุน 3 เรื่องนี้สำคัญ แต่ต้องอยู่บนหลักการ 3 เรื่อง ต้องให้การเติบโตทั่วถึงไม่ใช่กระจุกรายใหญ่ ให้คนไทยตัวเล็กตัวน้อย AI ต้อ้งใช้เป็น ต้องโตอย่างมีวินัย เพราะประเทศไทยใกล้ถึงระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีซึ่งหลายคนบอกไม่ต้องไปกลัว แต่เราลงทุนยอ่างคุ้มค่ามีวินัย ก็จะทำให้คุ้มค่าได้ และเราต้องร่วมกันทำ ที่ผ่านมาตนทำงานกับภาคเอกชนเยอะมาก นโยบายต่างๆ ถึงออกได้ทุกสัปดาห์ แม้ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ
“Today โลกเปลี่ยนแล้ว Tomorrow เราต้องลงทุนเพื่อประเทศไทย และสุดท้าย Together ต้องทำด้วยกัน” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
อุตฯเทรนด์โลกเป็นลมใต้ปีก
นายเอกนิติกล่าวว่า เมื่อเห็นเทรนด์ใหญ่ 3 สิ่งนี้แล้ว แล้วเราจะคว้าโอกาสอย่างไร เมื่อเราเห็นเทรนด์ชัด 1. Geopolitics กับ Geo economics วันนี้สงครามตะวันออกกลางจะเร่งปฏิกิริยาการย้ายฐานการผลิตมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่เราต้องรองรับคือ การย้ายฐานการลงทุน และการย้ายมาของคน
การย้ายมาของการลงทุนเห็นชัดเจน การลงทุนโดยตรงของต่างชาติ (FDI) ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ที่ออกมา (ขยายตัว 2.5) ถ้าเจาะลึกไส้ในจริง ๆ คนอาจจะพูดถึงผลของโครงการคนละครึ่งพลัส แต่ตัวเลขที่เป็นบวกจริง ๆ คือการลงทุน และเป็นครั้งแรกที่การลงทุนรวมโต 8% การลงทุนภาครัฐโต 13% ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต
ซึ่งการลงทุนจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ในการย้ายฐานการผลิต ซึ่งเราต้องคว้าเทคโนโลยีใหม่ ๆ เมืองไทยเรามีจุดแข็งไม่ใช่ห่วยทั้งหมด เรามีเรื่องการเกษตร ซึ่งเกษตรสมัยใหม่สนใจมากที่มาลงทุนในไทย เช่น อาหารแปรรูป ประเทศไทยทำอาหารสัตว์ท็อปไฟว์ของโลก นักลงทุนที่ได้พบคือทำโพรไบโอติกให้สุนัข ให้แมว
“บริษัทเขาบอกผมว่า สาเหตุที่ลงทุนเมืองไทย เพราะขายที่ไหนก็ได้ และวัตถุดิบทำจากอ้อย นี่คือโอกาสที่เมืองไทยเรามี โอกาสต่อไปเราต้องดึงอุตสาหกรรมเหล่านี้มา โดยจับมือกับมหาวิทยาลัยไทย ผมทำโครงการ Skill bridge เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้คนไทย เหมือนตอนปี 1980 ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย
ผมคุยกับกระทรวงการต่างประเทศออกสมาร์ทวีซ่า ที่เอาคนเก่ง ๆ มาทำงานในเมืองไทยจริง ๆ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำไม่ต่างกับอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยก่อนที่ดึงซัพพลายเชนมา แล้วเปิดสถาบันการศึกษา เราต้องดึงซัพพลายเชนให้เข้ากับธุรกิจให้ได้ นี่คือการใช้ประโยชน์จากเทรนด์โลก ทำให้เกมใหม่เป็นลมใต้ปีก ทำให้เราโตขึ้น” นายเอกนิติกล่าว
อัพสกิลคนไทย เชื่อมคน-งาน
นายเอกนิติกล่าวว่า ผมได้คุยกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และประชุมบอร์ดกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อทำโครงการ Skill bridge เพื่ออัพสกิล รีสกิลคน โดยเอกชนกับกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลงทุนคนละครึ่ง เพื่อเชื่อมระหว่างคนกับงาน คนไทยก็จะมีรายได้ดีขึ้น ทำให้หนี้ครัวเรือนดีขึ้น คว้าลมใต้ปีกให้มาถึงซัพพลายเชน และมีอุตสาหกรรมมาต่อยอด เราอาจไม่ใช่เจ้าของเทคโนโลยีในวันแรก แต่เราจะคว้าซัพพลายเชน
“ที่ผ่านมาได้ไปจีน กระแสจีนกำลังจะออกมาเยอะมาก สิ่งที่เจอคือ Automation อุตสาหกรรมต่อยอดกับยานยนต์ เราต่อยอดมาจากสันดาปได้ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำเซ็นเซอร์จากเมืองจีนก็จะย้ายมาที่ไทย เช่นเดียวกัน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เมืองไทยด้วย และให้ซัพพลายเชนรถยนต์ตามมา และซัพพลายเชนที่เคยอยู่ในสันดาปอัพสกิลขึ้นมาเป็นอีวี นี่คือตัวอย่างจากการคว้าเทรนด์โลก”
เรื่อง AI ดาต้าเซนเตอร์มาเยอะมาก ยังปวดหัวว่าจะจัดน้ำไฟให้เขาอย่างไร เพราะเราอนุมัติโดยไม่ได้วางระบบ เราจึงจะทำยุทธศาสตร์ใหม่ โดยต้องต่อยอด สร้างนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลขึ้นมา ดึงคนไทยที่เก่ง ๆ อยู่เมืองนอก ดึงกลับมาทำงานเมืองไทย เราต้องหาโอกาสให้เขา
AI ไม่ใช่ยาสารพัดนึก แต่ข้างหลังคือการวางรากฐานตั้งแต่ฐาน วางระบบข้อมูล ทำอย่างไรให้ data sharing ทำได้ วางระบบเชื่อมต่อกันจนถึงชั้นของ service แลัวไปปรับใช้กับแอปพลิเคชั่น เช่น ด้าน Healthcare ด้านสุขภาพ เราต้องวางโครงสร้างตั้งแต่ฐานราก ดังนั้น ไม่ใช่ AI ที่เราไปซื้อเขาแล้วใช้ แต่ต้องวางระบบจริง ๆ ที่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศ การใช้ Cloud service ให้คนไทยได้มีโอกาสใช้
“วันนี้มาทำดาต้าเซนเตอร์ ขายเซอร์วิสแถมกำไรอยู่ต่างประเทศ ผมมองว่าไม่ได้ ต้องวางระบบดาต้าเซ“นเตอร์ใหม่ ผมคุยกับบริษัทที่มาลงทุน ผมขอเถอะ วันนี้ต้องมาจับมือทำ Skill bridge กับผม สร้างนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ให้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมาออกคนละครึ่ง
“AI ในมุมมองผมถ้าวางพื้นฐานดีจะเพิ่มความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศไทย เป็นเครื่องมือที่ปลดล็อกศักยภาพการแข่งขัน แต่คนเราต้องรู้เหนือกว่า AI การศึกษาเหล่านี้ จะช่วยเรื่องการศึกษา” นายเอกนิติ กล่าว
แย้มคนละครึ่งพลัสเฟส 2
นายเอกนิติกล่าวว่า เราเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปี แต่คิดว่าแม้แต่อาจารย์จะต้องเทรนนิ่งใหม่ ตั้งใจมีโครงการกับมหาวิทยาลัย อาจจะให้ลดหย่อนภาษีเพื่อเทรนทั้งครูและเทรนทั้งเด็ก ส่งคนเข้าอุตสาหกรรมได้ทันที โดยต้องกระจายตามมหาวิทยาลัยตามภูมิภาค เป็นเครื่องมือในการ Transform ได้อย่างแท้จริง และยังเป็นการยกระดับประสิทธิภาพให้เร็วขึ้น
“คนละครึ่งพลัส หลายคนบอกว่าระยะสั้น พลัสอันใหม่ที่จะทำ คือ จะให้ร้านค้าที่อยู่ในคนละครึ่งพลัส กดหนึ่งปุ่มวิเคราะห์ยอดขายได้เลย ขายเวลาไหนดีที่สุด กลุ่มลูกค้าอยู่ที่ไหน แค่บริหารจัดการต้นทุนถูกต้องก็ถือว่าดีแล้ว และยังได้คุยกับสมาคมธนาคารไทย วิเคราะห์รายได้ วิเคราะห์รายจ่าย สามารถไปกู้เงินได้เลย จะได้ไม่ต้องกู้หนี้นอกระบบ และยังช่วยอัพสกิลรีสกิลพ่อค้าแม่ค้าได้ ฝั่งผู้ซื้อเช่นกันใช้ AI วิเคราะห์การซื้อทำให้เกิดความรู้ในการใช้จ่ายขึ้นมา”
“เรื่องที่สาม ราคาพลังงานบีบให้เราต้องเปลี่ยนเร็วมาก ท่ามกลางวิกฤตพลังงานทำให้เราต้องเปลี่ยน ดังนั้น ต้องเริ่มเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว น้ำมันแพงจากฟอสซิล เหตุผลที่เราทำเศรษฐกิจสีเขียว ย้อนในปี1980 เรามีเรื่องไฟ แต่วันนี้เป็นอุปสรรค เพราะนักลงทุนต้องการไฟสะอาด ดังนั้น เราต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สายส่ง และเปิด Direct PPA ต้องเปิดให้เอกชนสามารถผลิตได้และใช้สายส่งที่ภาครัฐลงทุน เอกชนก็มีเงิน เพราะการลงทุนวันนี้ทุกคนต้องการไฟสีเขียว ยิ่งมีไฟสีเขียวยิ่งอยากมาลงทุน” รองนายกฯและ รมว.คลังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

