
ภายหลังจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งทวีปแอฟริกา (ซีเอเอฟ) มีมติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปรับแพ้ทีมเซเนกัล 0-3 ในเกม “แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025” (แอฟคอน) รอบชิงชนะเลิศ จากเดิมที่ทีมเฉือนชัยโมร็อกโก 1-0 ในการเล่นต่อเวลาพิเศษ เมื่อเดือนมกราคม และให้แชมป์ตกเป็นของโมร็อกโกแทน เนื่องจากทีมเซเนกัลวอล์กเอาต์จากสนามช่วงท้ายเวลาปกติ เพราะไม่พอใจที่กรรมการเป่าให้เจ้าภาพได้ลูกโทษที่จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งถือว่าผิดกฎการแข่งขันนั้น
ล่าสุด อับดูลาเย่ เซย์ดู เซา เลขาธิการสมาคมฟุตบอลเซเนกัล ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ที่บ้านเกิดว่า นี่มันเรื่องล้อกันเล่นชัดๆ คำตัดสินครั้งนี้ไม่ได้ยึดถือหลักการอะไรเลย ไม่ได้ยึดหลักทางกฎหมาย หลังจากนี้นายกสมาคมจะหารือกับทนายความ และจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ซึ่งจะถือเป็นคำตัดสินอันเป็นที่สุดต่อไป
เซากล่าวด้วยว่า คำตัดสินของสมาพันธ์ถือเป็นเรื่องน่าละอายของทวีปแอฟริกา เซเนกัลจะไม่ยอมแพ้ เพื่อนร่วมชาติทุกคนไม่ควรมีข้อกังขา เพราะข้อเท็จจริงอยู่ข้างเรา กฎหมายก็อยู่ข้างเรา
ขณะที่สมาคมฟุตบอลเซเนกัลออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรม ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยอมรับไม่ได้ นำไปสู่ความด่างพร้อยสำหรับวงการลูกหนังแอฟริกา
ทั้งนี้ ในการลงโทษทางวินัยครั้งแรกก่อนสมาคมฟุตบอลโมร็อกโกยื่นอุทธรณ์นั้น สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกาลงโทษปรับเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33 ล้านบาท) รวมถึงลงโทษแบนนักเตะและเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ทีมหลายคน แต่ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันแต่อย่างใด
