
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม ในกรอบ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์และ Dot Plot ชี้จะลดอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
วันที่ 18 มีนาคม 2026 เวลา 14.00 น. ตามเวลา EDT สหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับเวลา 01.00 น. วันที่ 19 มีนาคม ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เผยผลการประชุมตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่า ที่ประชุมมีมติ 11 ต่อ 1 คงอัตราดอกเบี้ย ทำให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 3.50-3.75% พร้อมเตือนว่าสงครามอิหร่านเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ในการประชุมครั้งนี้ ผู้ที่ลงคะแนนเสียงคัดค้าน ได้แก่ สตีเฟน ไอ. มิแรน ซึ่งต้องการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
ผู้กำหนดนโยบายได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2026 เล็กน้อยเป็น 2.4% จาก 2.3% ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนการคาดการณ์อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ 4.4% สำหรับสิ้นปี 2026
แถลงการณ์ FOMC
ตัวชี้วัดที่มีอยู่บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง การจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราการว่างงานเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเล็กน้อย
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง ผลกระทบของพัฒนาการณ์ในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่แน่นอน คณะกรรมการกำลังให้ความสนใจต่อความเสี่ยงทั้งสองด้านของภารกิจคู่ขนาน โดยมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการจ้างงานสูงสุดและนำอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ 2 %
Dot Plot
รายงานการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือดอตพลอต (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ยังคงคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 % หนึ่งครั้งในปี 2026 และอีกหนึ่งครั้งในปี 2027 ทั้งนี้ ไม่มีผู้กำหนดนโยบายรายใดแสดงความต้องการที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
พาวเวลล์แถลงข่าว-ตอบคำถาม
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดเน้นย้ำว่าจำเป็นต้องมีความคืบหน้าในการลดอัตราเงินเฟ้อเพื่อที่จะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง และเจ้าหน้าที่ปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2026 เป็น 2.7%
“หากเราไม่เห็นความคืบหน้าดังกล่าว เราก็จะไม่เห็นการลดอัตราดอกเบี้ย” พาวเวลล์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากที่เฟดประกาศดอกเบี้ย
ความคืบหน้าในการลดอัตราเงินเฟ้ออาจทำได้ยาก ในการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่เผยแพร่พร้อมกับการตัดสินใจดังกล่าว เจ้าหน้าที่ปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2026 เป็น 2.7% จากเดิม 2.4% และที่น่าสังเกตคือ FOMC มองว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% เช่นกัน
“ยังเร็วเกินไปที่จะทราบขอบเขตและระยะเวลาของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ” พาวเวลล์กล่าว “สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำจริงๆ ก็คือไม่มีใครรู้”
พาวเวลล์ กล่าวว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐอย่างแน่นอน
“ผลกระทบโดยรวมจากวิกฤตน้ำมันจะยังคงส่งผลให้การใช้จ่ายและการจ้างงานลดลง และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น” ประธานเฟดกล่าว แต่เขากล่าวเสริมว่า ผลกระทบเหล่านี้อาจถูกชดเชยได้ด้วยการผลิตพลังงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ
นอกจากนี้ พาวเวลล์สร้างความประหลาดใจให้กับผู้สังเกตการณ์เฟดด้วยการแถลงการณ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตการทำงานที่เฟดในระยะเวลาอันใกล้ เขาบอ•กกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีเจตนาที่จะลาออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการเฟด จนกว่าการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารจะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
นักลงทุนตอบสนองต่อสงครามโดยการปรับลดความคาดหวังเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 ลง อย่างไรก็ตาม ยังคงคาดว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้
อ้างอิง :
•Fed
•CNBC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
