‘อนุทิน’ให้คำมั่นหากได้เป็น ‘นายกฯ’จะบริหารปท.ให้เกิดประโยชน์-แก้ปัญหาอย่างเร็วที่สุด

‘อนุทิน’ ให้คำมั่นหากได้เป็น ‘นายกฯ’ จะบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด-แก้ปัญหาอย่างเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่รัฐสภา เวลา 12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ลุกอภิปรายว่า ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่กรุณาเสนอชื่อให้ตนได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตลอดจนขอบคุณสำหรับการรับรองเสียงในการเสนอชื่อในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ขอยืนยันว่าสำหรับตน ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใดจะลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ในหัวใจของตนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านคือผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงของทุกท่านคือเสียงที่มีความดังเท่ากัน และตนพร้อมที่จะรับคำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปปฏิบัติหากตนมีโอกาสได้ทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้คำยืนยันต่อพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่าตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานร่วมกันอย่างสุดกำลังความสามารถกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยอันที่รักของเราและต่อพี่น้องประชาชน ตนจะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงพระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาว่าขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ายอนุทิน กล่าวว่า ทุกท่านคงทราบดีว่าตั้งแต่เราพบกันในสภาแห่งนี้ซึ่งตนเชื่อว่าทุกคนคงเห็นว่าตนเป็นมิตร เป็นเพื่อนที่ดี และที่สำคัญไปกว่านั้นคือเรามีเป้าหมายร่วมกันคือประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากตนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนและรัฐบาลของตนจะให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติร่วมกับรัฐสภาแห่งนี้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ด้วยความเคารพต่อการตัดสินใจของผู้แทนชาวไทยทุกท่าน แม้คะแนนเสียงจะเป็นอย่างไร ตนขอน้อมรับการตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน

นายอนุทิน กล่าวว่า ในโอกาสนี้ตนขอขอบคุณทุกเสียงที่เคยได้มอบให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณข้าราชการและพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ทำให้รัฐบาลของตนสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ แม้ว่าจะมีเสียงข้างน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐสภา ขอยืนยันว่าตนจะทำให้ประเทศไทยของเราบรรลุเป้าหมาย และแม้ว่าขณะนี้จะมีปัญหาที่จะต้องแก้ไข ตนก็มั่นใจว่าด้วยความร่วมมือของทุกท่านรัฐบาลของตนจะทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดให้มีประสิทธิภาพต่อไป

Advertisement

จากนั้นเวลา 12.10 น. เข้าสู่ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายโสภณ ได้แจ้งขั้นตอนการลงคะแนน โดยเปิดเผยว่ามีขั้นตอนการดำเนินการโดยจะเชิญสมาชิกจำนวน 6 คนเป็นผู้ตรวจนับคะแนน เมื่อสมาชิกครบองค์ประชุม ให้เลขาธิการสภาฯ อ่านรายชื่อสมาชิกเรียงตามหมายเลขประจำตัวเพื่อออกเสียง ลงคะแนนเป็นคน โดยให้เลขาธิการสภาฯ อ่านรายชื่อสมาชิกท่านใดขอให้สมาชิกท่านนั้นยืนขึ้นและกล่าวชื่อบุคคลที่ตนให้ความเห็น หากประสงค์จะงดออกเสียงให้กล่าวคำว่างดออกเสียง และขอให้สมาชิกงดเว้นการกล่าวคำอื่น นอกเหนือจากที่แจ้ง โดยสมาชิกที่จะเปลี่ยนแปลงหรือ จะแก้ไขการออกเสียงลงคะแนนของตน ให้กระทำในขณะที่กำลังออกเสียงลงคะแนนเท่านั้น ไม่สามารถที่จะทำภายหลังจากนั้นได้

นายโสภณ กล่าวต่อว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้สนับสนุนในการออกเสียงลงคะแนนโดยเมื่อสมาชิกแต่ละท่านได้ออกเสียงลงคะแนนแล้วจะปรากฏที่จอภาพด้านซ้ายของห้องประชุม หากมีสมาชิกไม่มีการคัดค้านระบบจะส่งให้ผู้ตรวจนับคะแนนทำการตรวจนับคะแนนต่อไป เมื่อสมาชิกลำดับสุดท้ายออกเสียงลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว สมาชิกที่ยังไม่ออกเสียงลงคะแนน สามารถใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนที่ประธานจะสั่งปิดการลงคะแนน และเมื่อประธานสั่งปิดการลงคะแนนแล้วระบบจะประมวลผลลงคะแนนทั้งหมดส่งให้ผู้ตรวจนับคะแนนตรวจสอบรับรองจากนั้นประธานจะประกาศผลการลงคะแนนและมติต่อที่ประชุมทันที

จากนั้นเลขาธิการสภาฯ ได้ขานรายชื่อเรียงตามหมายเลขประจำตัว เพื่อลงคะแนนโหวตนายกฯ