รัฐเตรียมอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าระบบ คาด 2 สัปดาห์กลับสู่ปกติ ย้ำไม่กระทบไฟฟ้า

นายกฯ ลั่นเช็คแล้วไม่มีน้ำมันหาย เผยเหตุขาดแคลนเพราะประชาชนแห่ตุน วอนอย่าตุนมีใช้เพียงพอแน่นอน เตรียมอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าระบบคาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ ไฟเขียวรถบรรทุกวิ่งส่ง 24 ชม. ย้ำไฟฟ้าไม่กระทบ ใช้ก๊าซอ่าวไทยผลิตเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมาหลังจากมีการปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว รัฐบาลได้เชิญให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมประชุมกับ ศบก. เพื่อติดตามปัญหาในการปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปถัมภ์ในการประชุมสามารถสรุปผลการประชุมได้ ดังนี้

จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมัน และราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมถังน้ำมัน คลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน พบว่า ตรงกันทุกในประเทศ ยังคงเดินเครื่องเต็มการผลิต โดยกำลังการผลิตสามารถผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อหนึ่งวัน และมีการจัดการเพิ่มเติมเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง

หลายบริษัทได้มีการจัดสรรน้ำมันดิบจากหลายแห่งเพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่าง ๆ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันจะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมัน ซึ่งมีโรงกลั่นพร้อมขายตามราคาให้จ๊อบเบอร์ด้วยราคาตามที่ประกาศโดยมี PTTOR จะประกาศราคาไม่เกินหน้าสถานีบริการน้ำมัน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้่น้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิตการจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่าย ราคาที่จะจัดจำหน่ายให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบ เพื่อจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายให้กับประชาชน และภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม

Advertisement

ขณะเดียวกัน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้วิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้ (19มี.ค.69) เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ทั่วประเทศ และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันเพื่อส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ได้รับการยืนยันว่ายังคงส่งออกไปยังเพียงที่ สปป.ลาว ปริมาณ 5.29 ล้านลิตร/วัน ลดจากเดิม 25 % และส่งไปเมียนมา อยู่ที่ 300,000 ลิตรต่อวันลดลง 20% จากที่เคยส่งมาก่อน

Advertisememt

ส่วนมาตรการที่ 2 เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอ จะเพิ่มมาตรการ เช่น การผ่อนปรนเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 เพื่อให้มีความพร้อมในการจำหน่าย ทั้งหมดนี้เพื่อให้ระบบกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ จ๊อบเบอร์กลับมาดำเนินการปกติเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชน และภาคอุตสาหกรรมภายใต้ราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจ เพราะรัฐบาลได้มีการประชุมหลายครั้งแล้ว ได้ถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีการยืนยันข้อมูลทั้งทางเอกสาร และทางวาจา ประสบการณ์ที่มีอยู่

นายอนุทิน ยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใด ที่มีการพูดตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้วจำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่ามีสถานการณ์ที่ได้เรียกประชุมอีกครั้งซึ่งมีทั้งวงเล็กและวงใหญ่วงภายในซึ่งได้รับทราบที่ชัดเจนแล้วว่าไทยยังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณ และกำลังการผลิตดั่งเช่นก่อนวันที่ 1 มีนาคมก่อนที่จะมีการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ดังนั้นน้ำมันไม่ได้ขาดแคลนปริมาณน้ำมันสำรองก็ยังคงรักษาได้อยู่ที่ประมาณ 100 วัน

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ยังคงหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเข้ามาเติมได้อย่างต่อเนื่อง

“ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ไทยเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลในแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน ก่อนเกิดเหตุสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสภาวะปกติไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้หรือการประหยัดน้ำมัน กำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งมีช่องว่างอยู่ประมาณ 10 ล้านลิตร หลังจากเกิดเหตุสงครามด้วยข้อมูลและความวิตกกังวลของประชาชนทำให้การใช้ เพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเป็นการเกินกำลังการผลิตอาจเป็นเหตุทำให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่”

นายอนุทิน ยันว่า วันนี้รัฐบาลยังคงมีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขอความร่วมมือกับประชาชนด้วย ”เพราะจำนวนน้ำมันที่หายไป ไม่ได้หายไป เพราะถูกส่งออกไปนอกประเทศหรือนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนภาคส่วนใด แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของประชาชนมีการมาเติมเพิ่มขึ้น นำเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน

ซึ่งทำให้เกิดสภาวะการขาดแคนน้ำมันมีการเติมที่น้ำมันที่พร่องถังไปแล้วก็มาเติมอีก ซึ่งทุกครั้งที่มีการพร่องก่อนก็ไปเติมเต็ม ทำให้เกิดการใช้จ่ายในปริมาณมากขึ้น ดังนั้นขอประชาชนให้ความร่วมมือกลับมาใช้น้ำมันในสภาวะปกติ ซึ่งน้ำมันที่มีอยู่ ยังคงอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมีเพียงพอแล้ว”

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า 67 ล้านลิตรที่เคยใช้ในแต่ละวันถือเป็นการใช้ในสภาวะปกติเมื่อกระโดดมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อเมื่อเรากลับไปในสภาวะปกติยังไม่ต้องพูดถึงในเรื่องของการประหยัดเพิ่มมากขึ้น วันนี้ประชาชนก็สามารถให้ความร่วมมือในการการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว ถ้าหากเราปรับสภาพอยู่ในสภาวะปกติลดความวิตกกังวลปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันก็จะสอดคล้องกับกำลังการผลิตน้ำมันในประเทศไทย

แน่นอนว่าภายใน 3-5 วันจะเป็น matching กันอาจต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ รัฐบาลมีความเห็นว่าจะนำน้ำมันสำรองฉีดเข้าไปในระบบเพื่อให้น้ำมันมีมากเพียงพอ และให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามา matching กับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถใช้ได้โดยจะเร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“ขอวิงวอนให้ประชาชนได้ตระหนักว่าแม้ตอนนี้จะมีน้ำมันที่เพียงพอใช้ในประเทศแต่สถานการณ์ที่เราคาดการณ์และควบคุมไม่ได้คือการสู้รบในตะวันออกกลาง หากมีความรุนแรงมากไปกว่านี้และไม่รู้ว่าจะยุตติเมื่อไหร่ หากเราใช้น้ำมันด้วยความระมัดระวัง ความตระหนักรู้ก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้เรื่องของไฟฟ้าไม่ต้องกังวล ไทยได้ใช้ก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทยสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าที่จะหล่อเลี้ยงความต้องการของประชาชนทั่วประเทศได้โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่นพลังงานชีวภาพ เช่น B20 ก็จะนำมาเป็นส่วนผสมให้กับน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้นยิ่งผสมได้มากขึ้นเท่าไหร่ก็จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองของน้ำมันในประเทศเรามีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่”

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ให้อาศัยข้อมูลของรัฐบาลซึ่งข้อมูลมาจากกรมธุรกิจพลังงาน ที่มีหน้าที่ควบคุมนำเข้าการส่งออกธุรกิจการค้าขายน้ำมันในประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขที่มาจากฐานผู้นำเข้าน้ำมันดิบจากทั้ง ปตท. รวมถึงโรงงานอื่นๆ

และเป้าหมายของการประชุมในวันนี้ คือขอให้กลับไปยังสภาวะที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มีนาคม คือขอให้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ต่อวัน คือ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งคงใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

ซึ่งการแก้ไขคือการอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไป เพื่อให้สภาวะที่คิดว่าขาดแคลนเพราะมีการเติมตุนเพิ่มมากขึ้น ถ้าพี่น้องประชาชนช่วยกันหยุดตุน และเราอัดน้ำมันสำรองที่มีอยู่เข้าไปจะทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งเป็นวิธีการที่รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป

เมื่อถามว่า จะจัดการความรู้สึกของประชาชนหลังจากนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากน้ำมันกลับเข้าระบบได้แล้ว และประชาชนให้ความร่วมมือโดยที่ไม่ตุนจนเกินไป บางทีตุนเป็นสิบๆถังแบบนี้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกราบขอร้องพี่น้องประชาชนต้องให้ความร่วมมือในด้านนี้ด้วย ส่วนรัฐบาลเองจะแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบเข้าไปเพื่อให้เกิดภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการย้อนหรือไม่ว่าใครที่ทำให้เกิดน้ำมันไม่พอในช่วง 7 วันที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำมันไม่เคยไม่พอ แต่เหมือนตู้เอทีเอ็มใส่เงินไว้สองล้านบาท แต่มีคนไปเบิกหกล้านบาท มันเลยไม่พอ ถ้าไม่ได้วงรอบมันก็ไม่มีคนเอาไปเติม ทำให้ต้องดึงกลับไปในสภาวะก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง เพราะจำนวนปริมาณที่ใช้มาก่อนหน้านี้ใช้ปกติยังเหลือไปขายที่ประเทศที่ 3 เลย คืออยู่ที่ 67 ล้านลิตร และกำลังการผลิตของเราอยู่ที่ 77 ล้านลิตร เหลืออีก 10 ล้านลิตร

ดังนั้น ยืนยันว่ากำลังการผลิตเราไม่ได้ลดลง ยังคงผลิตเท่าเดิม แต่ด้วยความกังวลของประชาชนท่านเลยไปตุนไว้ก่อน เพราะกลัวน้ำมันจะขึ้นราคาแล้วขาดแคลน ซึ่งรัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดในเรื่องของการขาด ส่วนเรื่องราคาเป็นไปตามกลไกตลาด พอสู้รบราคาขึ้นพอเหตุการณ์สงบก็ปรับลง เรื่องราคาเราจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไก

ดังนั้น ที่ถามว่าใครเป็นคนทำให้น้ำมันขาดแคลนจึงตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ขาด แต่เพราะมีการตุนมากเกินไปด้วยความวิตกกังวล ซึ่งรัฐบาลก็เข้าใจช่วง 2-3 สัปดาห์เราไปบริหารตรงนั้นไม่ได้ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วว่าเรามีปริมาณสำรองเป็น 100 วันแล้ว ศักยภาพในการนำเข้าวัตถุดิบมากลั่นเป็นน้ำมันไม่ได้ลดลงเลย จึงถือว่าในเรื่องของซัพพลายปกติแล้วก็ขอให้ดีมานด์ได้ลดลงมาเมื่อแมตช์กันก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ส่วนข่าวที่ระบุว่าประเทศไทย แอบส่งออกน้ำมันไปประเทศที่ 3 นอกเหนือจาก สปป.ลาว และเมียนมา โดยผ่านสปป.ลาวไปยังกัมพูชานั้น ขอยืนยันว่าไม่มี ส่วนตนจะรู้ได้อย่างไรว่า สปป.ลาว จะไม่ขายต่อไปยังกัมพูชานั้น ตนเพิ่งไปจนสปป.ลาวมา ได้สอบถามกับผู้บริหารระดับสูง และแสดงความกังวลว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่าไม่มี

ขอให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจน เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล ขณะนี้เราส่งออกน้ำมันจากประเทศไทยไปยัง 2 ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะอาจจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับ 2 ประเทศนี้ในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้า และก๊าซ ป้อนเข้ามาที่ประเทศไทย จึงเหมือนเป็นการส่งเชื้อเพลิงเข้าไปให้เขาได้ผลิตพลังงานต่างๆต้อนกลับเข้ามาสู่ที่ประเทศไทย เป็นการเพิ่มซัพพลาย และพลังงานเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกด้านหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง