ต.อ.กลางตึงเครียด ยิวบึ้มแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส อิหร่านโต้-ถล่มคลังน้ำมันปท.อาหรับ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังอิสราเอลโจมตีเซาท์พาร์ส แหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งอิหร่านแบ่งปันใช้ร่วมกับกาตาร์ ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ของสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และอิหร่านประกาศจะตอบโต้โดยโจมตีเป้าหมายด้านน้ำมันและก๊าซทั่วอ่าวเปอร์เซีย พร้อมยิงขีปนาวุธใส่กาตาร์และซาอุดีอาระเบีย

ต่อมา กาตาร์ประณามอิสราเอลว่าต่อการโจมตีโรงงานของอิหร่านในเซาท์พาร์ส ขณะเดียวกันได้ประณามอิหร่านที่กระทำการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมขับนักการทูตอาวุโสของอิหร่าน 2 คนออกจากประเทศ ขณะที่อิสราเอลยังไม่ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส แต่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า ทรัมป์รับรู้แผนการโจมตีแหล่งก๊าซของอิสราเอลล่วงหน้าและให้การสนับสนุน ล่าสุด ซาอุดีอาระเบียประกาศสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน ทั้งยังบอกด้วยว่าความไว้วางใจใด ๆ ที่เคยมีกับอิหร่านได้พังทลายลงแล้ว

วันเดียวกัน ประเทศอ่าวอาหรับจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย มีผู้แทนจากประเทศบาห์เรน เลบานอน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงประเทศอื่นๆในภูมิภาคเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ก่อนออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีอย่างเจตนาของอิหร่านที่พุ่งเป้าโจมตีพื้นที่พลเรือนทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งไม่มีความชอบธรรม พร้อมเรียกร้องให้หยุดการโจมตี เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า พบการยิงขีปนาวุธสกัดกั้นจากบริเวณใกล้โรงแรมในกรุงริยาด ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมดังกล่าวด้วย

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาให้คำมั่นว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีเซาท์พาร์สอีก แต่หากอิหร่านโจมตีกาตาร์อีกครั้ง สหรัฐจะตอบโต้และระเบิดทำลายทั้งแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สทั้งหมดด้วยกำลังและความรุนแรงที่อิหร่านไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะกาตาร์ไม่ได้เกี่ยวข้องในทางใดๆ เลย ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามกับการโจมตีแหล่งก๊าซของอิหร่านโดยอิสราเอล แต่น่าเสียดายที่อิหร่านไม่รู้เรื่องนี้ และโจมตีกาตาร์อย่างไม่เป็นธรรมและไม่ยุติธรรม

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สหรัฐได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนการโจมตีของอิสราเอลต่อเซาท์พาร์ส แหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของอิหร่าน แต่สหรัฐไม่มีส่วนร่วมในการโจมตีดังกล่าว ด้านหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า ทรัมป์รู้แผนการโจมตีแหล่งก๊าซของอิสราเอลล่วงหน้า และให้การสนับสนุน

Advertisement

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังมีความรุนแรงและขยายเป้าหมายทางทหารไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ที่ยังอยู่ในระดับที่มีความรุนแรง โดยอิสราเอล ยังโจมตีเลบานอนอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

“กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แจ้งข่าวของทางการอิสราเอล ยืนยันว่ามีบุคคลสัญชาติไทยเสียชีวิต 1 ราย เมื่อช่วงดึกวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสถานทูตติดต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว และกำลังประสานกระทรวงแรงงาน รวมถึงทางการของอิสราเอลเพื่อดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง และติดตามสิทธิประโยชน์ ค่าชดเชยของผู้แรงงานอย่างเต็มที่ รัฐบาลขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ด้านนายอนันต์ นาคนิยมผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ มอบหมายนางชุติมา จุมังมอ จัดหางานจังหวัดชัยภูมิ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบญาติแรงงานผู้เสียชีวิต เบื้องต้นทราบว่า แรงงานดังกล่าวชาย ชื่อ นายชัยวัฒน์ แววนิล อายุ 30 ปี ชาว ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เดินทางไปทำงานเกษตรปลูกมันฝรั่งในนิคมเกษตรกรรมโมชาพ อดานิม เมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568