
รัฐอาหรับ ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามอิหร่านโจมตีเป้าหมายพลเรือนทั่วภูมิภาค
ประเทศอ่าวอาหรับออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อประณามการโจมตีอย่างเจตนาของอิหร่าน ที่พุ่งเป้าโจมตีพื้นที่พลเรือนทั่วตะวันออกกลาง หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีทั่วภูมิภาค หลังอิสราเอลทำการโจมตีเซาท์พาร์ส แหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่อิหร่านใช้ร่วมกับอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม
รัฐอาหรับจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 19 มีนาคม โดยมีผู้แทนจากประเทศบาห์เรน เลบานอน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย
ถ้อยแถลงร่วมมีเนื้อหาประณามการโจมตีอย่างจงใจของอิหร่านต่อพื้นที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และเขตที่ตั้งทางการทูต ซึ่งการโจมตีเหล่านี้ไม่มีความชอบธรรมไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
นอกจากนั้น รัฐอาหรับยังเน้นย้ำถึงสิทธิในการป้องกันตัวตามที่ระบุในกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรที่ 51 และเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตี เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เช่นเดียวกับงดเว้นการใช้มาตรการหรือข่มขู่ถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถ้อยแถลงร่วมของรัฐอ่าวอาหรับยังประณามการที่อิสราเอลรุกรานเลบานอนด้วย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอีกว่า ประเทศรัฐอ่าวอาหรับได้ขอให้มีการเปิดประชุมอภิปรายในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นการด่วน โดยว่าการโจมตีของอิหร่านด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวและโดรนในประเทศบาห์เรน จอร์แดน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อให้เกิดข้อกังวลร้ายแรงต่อสันติภาพระหว่างประเทศและความมั่นคง
จดหมายทางการทูตมีเนื้อหาอีกว่า การโจมตีของอิหร่านต่อชาติอาหรับที่ไม่ได้มาจากการยั่วยุมาก่อน จำเป็นต้องได้รับความสนใจโดยด่วน แม้ว่าบรรดาประเทศเหล่านี้จะเคยยืนยันกับอิหร่านว่าไม่เคยอนุญาตให้มีการโจมตีอิหร่านจากดินแดนของตัวเอง
