
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายโสภณ ซารัมม์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเรื่องด่วนให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ได้เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าภท. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) ได้เสนอชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าปชน. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ปชน.เสนอชื่อตน ไม่ได้จะมาจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะการจัดตั้งรัฐบาล เกิดขึ้นมาตั้งแต่คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว ปชน.ไม่เคยดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และอยากให้สมาชิกยึดถือหลักการนี้ ไม่ว่าจะเลือกตั้งอีกกี่ครั้ง พรรคอันดับ 1 ควรจะได้รับสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน อยากทิ้งท้ายสิ่งที่เชื่อคือการทำงานเมืองเพื่อประชาชน ต้องมีเจตจำนงทางการเมือง กล้าจะชน ตรวจสอบคนของตนเอง ไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจการเมือง ปัญหาที่ผ่านมาสะสมและจะทำลายประชาชนไปเรื่อยๆ สิ่งที่น้อมรับวันนี้ คือ น้อมรับผลเลือกตั้ง และอยากให้นายกฯ คนต่อไปทำงานเพื่อประชาชนให้มากที่สุด และเชื่อว่าวิธีการทำงานเมืองของพวกเรา ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองจะเลือกวิธีทางใด ขอให้ช่วยกันสอดส่องตรวจสอบ วันนี้ ปชน.จะขอเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป ขอให้สมาชิกปชน. เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำหน้าที่ และไม่รู้วันนี้จะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ แต่จะเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ต่อไป
ขณะนี้นายอนุทินกล่าวว่า ขอบคุณที่เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่ว่า สส. จากพรรคไหน จะลงคะแนนเสียงสนับสนุนหรือไม่ แต่ในหัวใจของตน ส.ส.ทุกท่าน เสียงของทุกท่านมีความดังเท่ากัน และพร้อมจะฟังคำแนะนำไปปฏิบัติ หากมีโอกาสได้ทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอให้คำยืนยันต่อ ทุกท่านจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานร่วมกันกับ สส. ทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน จะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภา 14 มีนาคม โดยทุกคนคงทราบดี
“ตั้งแต่เราพบกันในสภา ผมถือว่าทุกคนเป็นมิตรที่ดี และถือประโยชน์ของประเทศประชาชนร่วมกัน ดังนั้นหากผมได้รับความไว้วางใจ เป็นนายกฯ ผมและเพื่อนจะสนับสนุนงานนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอน้อมรับการตัดสินของทุกท่าน ขอบคุณทุกเสียงที่เคยมอบให้ผมได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยครั้งแรก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาให้ประชาชน รัฐบาลของผมจะทำหน้าที่บริหารประเทศให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อไป”นายอนุทินกล่าว
ต่อมาปรากฏว่า ส.ส. ได้ลงมติ เห็นชอบนายอนุทินได้ 293 คะแนน นายณัฐพงษ์ได้ 119 คะแนน และงดออกเสียง 86 เสียง โดยนายโสภณ แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายอนุทินได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งที่ประชุมจึงมีมติแต่งตั้งนายอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี ในจำนวน 293 เสียงที่สนับสนุนนายอนุทินมีเสียงงูเห่า 1 เสียง จากพรรคประชาชนคือนายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน ที่ร่วมโหวตให้นายอนุทิน โดยผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ พรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ยกเว้นนายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย แม้จะเป็นเสียงฝ่ายรัฐบาล แต่โหวตงดออกเสียง
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านมีเพียงพรรคประชาชน และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยเท่านั้น ที่โหวตสนับสนุนนายณัฐพงษ์เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคฝ่ายค้านพรรคอื่นอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยภักดี โหวตงดออกเสียง รวมถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และ 2 ต่างลงมติงดออกเสียงเช่นกัน ขณะที่พรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 เสียง แม้จะไม่ถูกเชิญให้เข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่สส.ทั้ง 6 คน ต่างโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี

