กาตาร์ ขอร้องทุกชาติ ออกห่างจากแหล่งพลังงาน

ซีอีโอ QatarEnergy เผยเหตุอิหร่านโจมตีทำกำลังผลิต LNG กาตาร์วูบ 17% คาดกระทบยาว 5 ปี
ขอร้องทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นอิสราเอล สหรัฐ หรือประเทศใดก็ตาม ออกห่างจากแหล่งพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เหตุ LNG ส่งได้น้อยลง 

Asharq Al-Awsat สื่อหัวใหญ่อาหรับรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 นายซาอัด อัล-คาบี ซีอีโอ QatarEnergy และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานของกาตาร์ ชี้แจงเหตุการณ์โจมตีการตาร์ทางอากาศโดยอิหร่าน ส่งผลให้ความสามารถในการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของกาตาร์หายไปถึงร้อยละ 17 คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางรายได้ประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และกำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานทั้งในยุโรปและเอเชีย

นายซาอัด อัล-คาบี ระบุในการให้สัมภาษณ์ว่า สายการผลิต LNG trains จำนวน 2 แห่งจากทั้งหมด 14 แห่ง และโรงงานผลิตก๊าซเป็นของเหลว GTL 1 แห่งจากทั้งหมด 2 แห่ง ได้รับความเสียหายจากการโจมตีอย่างรุนแรง แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้การผลิต LNG ปริมาณ 12.8 ล้านตันต่อปีต้องหยุดชะงักลง และคาดว่าการซ่อมแซมจะกินเวลานานถึง 3-5 ปี

“ผมไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่ากาตาร์และภูมิภาคนี้จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศมุสลิมที่เป็นมิตรในช่วงเดือนรอมฎอนที่โจมตีเราในลักษณะนี้” นายอัล-คาบีกล่าว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันและก๊าซในอ่าวเปอร์เซียหลายแห่ง เพื่อตอบโต้กรณีที่อิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซของอิหร่านก่อนหน้านี้

Advertisement

ทั้งนี้ QatarEnergy เตรียมประกาศเหตุสุดวิสัย ในสัญญาซื้อขายระยะยาวที่มีกำหนดส่งมอบไปยังอิตาลี เบลเยียม เกาหลีใต้ และจีน เนื่องจากความเสียหายของสายการผลิตทั้งสองแห่ง โดยนายอัล-คาบีระบุว่า บริษัทได้เคยประกาศเหตุสุดวิสัยไปก่อนหน้านี้ในระยะสั้นหลังการโจมตีศูนย์กลางการผลิตที่ Ras Laffan แต่เวลานี้จำเป็นต้องขยายระยะออกไปตามสถานการณ์ โดยย้ำว่าการจะกลับมาเริ่มการผลิตได้นั้น จำเป็นต้องให้ความขัดแย้งและการสู้รบยุติลงเสียก่อน

สำหรับผลกระทบต่อพันธมิตรทางธุรกิจ ยักษ์ใหญ่พลังงานจากสหรัฐ อย่าง ExxonMobil เป็นผู้ถือหุ้นในโรงงาน LNG ที่ได้รับความเสียหาย โดยถือหุ้นร้อยละ 34 ในสายการผลิต S4 และร้อยละ 30 ในสายการผลิต S6 ขณะที่ Shell เป็นพันธมิตรในโรงงาน GTL ที่เสียหายซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมราว 1 ปี

Advertisememt

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสายการผลิต S4 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดส่งก๊าซให้แก่บริษัท Edison ในอิตาลี และ EDFT ในเบลเยียม ส่วนสายการผลิต S6 กระทบต่อ KOGAS ของเกาหลีใต้ รวมถึง EDFT และ Shell ในประเทศจีน นายอัล-คาบีกล่าวว่า มาตรวัดความเสียหายในครั้งนี้ได้ฉุดรั้งความก้าวหน้าของภูมิภาคย้อนกลับไปถึง 10-20 ปี และสั่นคลอนภาพลักษณ์ของภูมิภาคที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัย

ผลกระทบยังแผ่ขยายไปมากกว่าแค่ก๊าซ LNG โดยการส่งออกคอนเดนเซต ของกาตาร์จะลดลงประมาณร้อยละ 24 ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ลดลงร้อยละ 13 ผลผลิตฮีเลียมลดลงร้อยละ 14 ขณะที่แนฟทาและซัลเฟอร์จะลดลงร้อยละ 6 ซึ่งความสูญเสียเหล่านี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ตั้งแต่อุตสาหกรรมร้านอาหารในอินเดียที่ใช้ LPG ไปจนถึงผู้ผลิตชิปในเกาหลีใต้ที่ต้องใช้ฮีเลียมในกระบวนการผลิต

นายอัล-คาบีระบุว่า หน่วยผลิตที่ได้รับความเสียหายมีมูลค่าการก่อสร้างสูงถึงประมาณ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 850,720 ล้านบาท) และในขณะนี้โครงการขยายแหล่งก๊าซนอร์ทฟีลขนาดใหญ่ของกาตาร์ต้องหยุดชะงักลง ซึ่งอาจส่งผลให้โครงการล่าช้าออกไปมากกว่า 1 ปี

“หากอิสราเอลโจมตีอิหร่าน นั่นเป็นเรื่องระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ไม่เกี่ยวข้องกับเราหรือภูมิภาคนี้เลย” นายอัล-คาบีกล่าวทิ้งท้าย

พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอิสราเอล สหรัฐ หรือประเทศใดก็ตาม ควรอยู่ห่างจากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

ที่มา :

ข่าวที่เกี่ยวข้อง