ชัยชนะทาคาอิจิ แม้โดนโจ๊กแรง ทรัมป์ให้คำมั่นปกป้องญี่ปุ่นต่อหน้า สี จิ้นผิง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อต้อนรับ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ทำเนียบขาว วันที่ 19 มีนาคม 2026 (REUTERS/Kevin Lamarque)

ในการเยือนสหรัฐ แม้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะโดนเล่นมุกแรงถึงกรณีเพิร์ลฮาร์เบอร์ แต่ในภาพรวมกลับสะท้อนถึงความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสหรัฐ-ญี่ปุ่น โดยทรัมป์ให้คำมั่นจะกล่าวสนับสนุนหรือปกป้องญี่ปุ่นต่อหน้าสี จิ้นผิง ผู้นำจีน อีกทั้งประกาศความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในการลงทุนมูลค่ารวม 7.3 หมื่นล้านเหรียญ

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เคยเตือนว่า การประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างเธอกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ณ กรุงวอชิงตัน อาจยากลำบากอย่างมาก หลังจากที่สหรัฐขอให้ญี่ปุ่นส่งเรือรบไปอิหร่าน เพื่อคุ้มกันเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ในการเยือนสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 18-20 มีนาคม 2026 ทาคาอิจิกลับแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐ-ญี่ปุ่น และความคล่องตัวของเธอในเวทีโลก

ทาคาอิจิยิ้มอย่างสุภาพ ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดครั้งหนึ่ง ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ เมื่อทรัมป์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

นอกจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทรัมป์กล่าวชื่นชมทาคาอิจิ และเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในสาขาใหม่ ๆ รวมถึงให้คำมั่นว่า จะกล่าวสนับสนุนหรือกล่าวปกป้องญี่ปุ่น เมื่อได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน

ก่อนหน้านี้ทรัมป์มีกำหนดจะเดินทางเยือนจีน เพื่อประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม แต่เพราะเหตุผลที่ต้องอยู่กำกับดูแลในฐานะผู้บัญชาการสูงสุด และด้านโลจิสติกส์ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่กำลังปะทุอยู่ ทำให้ต้องเลื่อนออกไป โดยคาดว่ากำหนดการใหม่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม

Advertisement

คำมั่นสัญญาของทรัมป์ที่จะ “ชื่นชมญี่ปุ่น” เมื่อได้พบกับสี จิ้นผิง เป็นการสนับสนุนญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่ทรัมป์เคยแสดงออกมา นับตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งจีนแสดงปฏิกิริยาโกรธเคืองต่อคำพูดของทาคาอิจิ ที่เชื่อมโยงความอยู่รอดของประเทศญี่ปุ่นกับการคุกคามไต้หวันของจีน หากเกิดการบุกทางทหารในอนาคต โดยทาคาอิจิกล่าวว่า ญี่ปุ่นตกลงที่จะติดต่อทรัมป์อย่างใกล้ชิด ทั้งในประเด็นจีน และประเด็นเกาหลีเหนือ

ในการพบปะกัน ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐได้รับการสนับสนุนและความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมจากญี่ปุ่นในทุกเรื่อง ขณะที่ทาคาอิจิอธิบายถึงข้อจำกัดทางกฎหมายในการสนับสนุนการปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นที่สหรัฐมีส่วนช่วยร่าง มีลักษณะสันติวิธีและมีข้อจำกัด

Advertisememt

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยตำหนิพันธมิตรสหรัฐว่า ปฎิเสธที่จะส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่การต้อนรับทาคาอิจิอย่างอบอุ่น ในการเยือนวอชิงตันครั้งนี้ เป็นสัญญาณดีว่า ทรัมป์อาจไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไรญี่ปุ่นนัก

อาจเป็นเพราะทรัมป์มองว่า ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรสำคัญในการต่อต้านจีน โดยความพยายามของทาคาอิจิในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งกองทัพญี่ปุ่นได้ตอกย้ำมุมมองนั้น รวมไปถึงการทำงานร่วมกัน เพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน ที่ขณะนี้ครอบงำการผลิตแรร์เอิร์ท หนึ่งในรากฐานการผลิตทั่วโลก

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเรียกทาคาอิจิว่า ‘เพื่อนที่น่าทึ่ง’ อีกทั้งยกย่องชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของทาคาอิจิ ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เป็นเครื่องยืนยันความเข้มแข็งและความเชื่อมั่น จากประชาชนชาวญี่ปุ่น ที่รักเธอ

เจเรมี ชาน นักวิเคราะห์อาวุโสจากยูเรเซีย กรุ๊ป และอดีตนักการทูตสหรัฐ กล่าวว่า ความเป็นพันธมิตรดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการเยือนครั้งนี้ และนี่คือชัยชนะอย่างแท้จริงของทาคาอิจิ

เดินหน้าโครงการลงทุน 7.3 หมื่นล้านเหรียญ แม้ศาลสหรัฐคว่ำภาษี

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ในการเยือนสหรัฐครั้งนี้ ญี่ปุ่นและสหรัฐยังประกาศถึงการลงทุนในสหรัฐ 3 โครงการ รวมมูลค่าสูงถึง 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.38 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นการลงทุนรอบที่สอง ภายใต้สัญญาการลงทุน 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18 ล้านล้านบาท) ที่ตกลงกันไว้เพื่อแลกกับอัตราภาษีที่ต่ำกว่า ภายใต้ข้อตกลงภาษีต่างตอบโต้ เมื่อปี 2025

บริษัท GE Vernova Hitachi Nuclear Energy ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง GE Vernova และฮิตาชิ (Hitachi) จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็กในรัฐเทนเนสซีและรัฐแอละแบมา ทางตอนใต้ของสหรัฐ มูลค่าโครงการสูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 ล้านล้านบาท)

อีก 2 โครงการคือ โครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ ในรัฐเพนซิลเวเนียและรัฐเท็กซัส มูลค่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.56 แสนล้านบาท) และ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.23 แสนล้านบาท) ตามลำดับ เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นควบคู่กับศูนย์ข้อมูลเอไอ โดยผู้ดำเนินการของศูนย์ข้อมูล จะลงนามในสัญญาซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า แต่แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่า บริษัทใดจะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าว

การลงทุนทั้ง 3 โครงการอยู่ในขั้นตอน “ก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย” โดยญี่ปุ่นและสหรัฐยืนยันว่า จะเจรจาต่อไปจนกว่าจะได้ข้อสรุป

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประกาศเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในโครงการชุดแรก ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ โรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว และศูนย์การผลิตเพชรสังเคราะห์ รวมมูลค่า 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.17 ล้านล้านบาท) และในโครงการชุดที่สองครั้งนี้ ก็ยังคงเน้นไปที่การลงทุนด้านพลังงานเป็นหลัก

บลูมเบิร์กรายงานว่า กลยุทธ์ของทาคาอิจิในการประชุมสุดยอดครั้งนี้คือ การมุ่งเน้นไปที่ความพยายามร่วมกันในการรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักของทรัมป์ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน

ทาคาอิจิกล่าวว่า ต้องการช่วยขยายการผลิตทรัพยากรพลังงานและเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐ รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างคลังสำรองน้ำมันของสหรัฐในญี่ปุ่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง