
ในการเยือนสหรัฐของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าทำไมไม่แจ้งชาติพันธมิตรเกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยเล่นมุขตลกร้ายว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงไม่แจ้งปฎิบัติการเพิร์ลฮาร์เบอร์กับสหรัฐบ้าง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น เกี่ยวกับสงครามอิหร่านยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ระหว่างที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางเยือนวอชิงตัน และเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
ยังไม่ชัดเจนว่าญี่ปุ่นจะดำเนินการอย่างไรเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงจากสงครามที่ประชาชนญี่ปุ่นไม่เห็นด้วย อีกทั้งการเข้าร่วมสงครามนั้นผิดกฎหมายญี่ปุ่น
วันที่ 19 มีนาคม 2026 ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวเคียงข้างทาคาอิจิ ว่าญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ต่างจากพันธมิตรนาโต โดยสหรัฐได้รับการสนับสนุนและความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมจากญี่ปุ่นในทุกเรื่อง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่า ทำไมสหรัฐไม่แจ้งให้ญี่ปุ่นและพันธมิตรยุโรปทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่าน
“ใครจะรู้เรื่องการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวได้ดีไปกว่าญี่ปุ่นล่ะ ทำไมคุณถึงไม่บอกเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์กับเราเลย” ทรัมป์กล่าวพร้อมหันไปทางทาคาอิจิและหัวเราะเบา ๆ
ทาคาอิจิไม่ได้หัวเราะกับคำพูดนั้นของทรัมป์ แต่กลับเม้มริมฝีปากและเหลือบมองไปยังที่ปรึกษาของเธอซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างในห้องทำงานรูปไข่
คำกล่าวที่ไม่ธรรมดาของทรัมป์ เป็นการหยิบยกเรื่องสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งญี่ปุ่นโจมตีสหรัฐอย่างฉับพลัน อีกทั้งเน้นย้ำถึงทัศนคติที่ไม่ใส่ใจของทรัมป์ ต่อการแจ้งให้พันธมิตรทราบถึงปฏิบัติการทางทหารครั้งสำคัญ
หลังจากที่ทรัมป์กล่าวถึงการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจาแบบปิดระหว่างผู้นำทั้งสอง โดยแม้ญี่ปุ่นจะคาดการณ์ถึงเรื่องเซอร์ไพรส์จากทรัมป์ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างล่าสุดของกรณีที่ผู้นำต่างชาติถูกกดดันจากทรัมป์ เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองในผลประโยชน์บางอย่าง หรือเพื่อตำหนินโยบายของผู้นำที่ขัดต่อผลประโยชน์สหรัฐ
ทรัมป์กล่าวถึงความร่วมมือในสงครามอิหร่านว่า สหรัฐไม่ได้ต้องการอะไรจากญี่ปุ่นหรือชาติใดก็ตาม แต่มันเหมาะสมแล้วที่พวกเขาจะแสดงความรับผิดชอบ โดยคาดหวังว่าญี่ปุ่นจะยกระดับความร่วมมือ เพราะสหรัฐ-ญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ทรัมป์ยังระบุว่ามีทหารสหรัฐประจำการอยู่ที่ญี่ปุ่นประมาณ 45,000 นาย และสหรัฐใช้เงินจำนวนมากไปกับญี่ปุ่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
