ค่านิยามความเชื่อที่ว่า การดูแลผิวด้วยการใช้สกินแคร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อปรนนิบัติและปลอบประโลมผิวด้วยความใส่ใจให้แลดูดีอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการดูแลสุภาพแบบมวลรวม ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหลักปฏิบัติที่ถูกต้องแทบจะทุกองค์ประกอบ
อย่างไรก็ดี ลำพังแค่การดูแลผิวผ่านการใช้สกินแคร์ การทานอาหาร การใส่ใจสุขภาพ หรือการทำหัตถการ หากทำแค่ “อย่างใดอย่างหนึ่ง” ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนผิวของคุณก็อาจจะไม่ถูกใจและเป็นไปตามที่ต้องการเสมอไป
เพราะในความเป็นจริงแล้ว หากคุณใส่ใจที่จะดูแลผิวอย่างแท้จริง และมีจุดมุ่งหมายปลายทางที่ชัดเจน วิธีที่ดีที่สุดคือ “การดูแลอย่างรอบด้าน” ไม่ใช่แค่วิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่หมายถึงทั้งหมด
เพราะผิวที่สวยจริง ยกกระชับ เห็นผลอยู่ได้ยาวนาน และเป็นไปตามผลลัพธ์ที่ต้องการ ต้องการการใส่ใจที่มากกว่านั้น

การดูแลผิวแบบ 360° Beauty ต่างจากการดูแลผิวทั่วไปอย่างไร?
ที่ผ่านมา คนมักแยกปัญหาเรื่องผิว หรือประเด็นการดูแลผิวออกเป็นส่วน ๆ เป็นเรื่อง ๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อมีสิวก็จะมุ่งไปที่การรักษาสิวอย่างเดียว
หรือเมื่อผิวหน้าหมองคล้ำ มีจุดด่างดำไม่สม่ำเสมอปรากฏบนใบหน้า ก็มักจะมุ่งไปที่โซลูชันการทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสเพียงอย่างเดียว
ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ผิวคืออวัยวะที่มีเลเยอร์หลายชั้น ตั้งแต่โครงสร้างคอลลาเจน ชั้นไขมัน จนถึง Skin Barrier (ผิวชั้นนอก) ซึ่งหากเราดูแลผิวได้ไม่ครบวงจร ผลลัพธ์ของการมุ่งรักษาเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือด้านใดด้านเดียวก็จะไม่ยั่งยืนนั่นเอง
นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ AA Signature By Allergan พัฒนาหลักคิดการดูแลผิวแบบ 360° Beauty ที่ไม่ได้มองผิวแค่บนพื้นผิว แต่มองลึกลงไปถึงโครงสร้างและระบบภายในแบบ 360 องศา ครอบคลุม 3 แกนหลักสำคัญ ประกอบไปด้วย
1. Structure : โครงสร้างผิวโดยรวม, ความแน่นกระชับ, คอลลาเจน และโครงสร้างใต้ผิว
2. Surface : ผิวในชั้นพื้นผิว ได้แก่ สีผิว, ความเรียบเนียน และรูขุมขน
3, System : การดูแลในเชิงระบบปัจจัยภายนอกที่ส่งผลโดยตรงกับเรื่องผิว เช่น การนอนหลับ, โภชนาการ, ฮอร์โมน และการจัดการความเครียด
เมื่อทั้งสามแกนทำงานสอดคล้องกัน และเราให้ความสำคัญกับ 360° Beauty อย่างรอบด้านมากเพียงพอ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ “สวยชั่วคราว” หรือดูดีแบบชั่วครู่ หากแต่คือผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงด้านผิวในทิศทางที่น่าพึงพอใจอย่างยั่งยืนโดยแท้จริง

Preventive is better than fixing ความเชื่อที่ผิด ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นดูแลผิวเมื่อมีปัญหาแทนที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
คนส่วนใหญ่มักรอให้ผิวปรากฏปัญหา หรือส่งสัญญานความน่ากังวลมากกว่าลงมือป้องกันเพื่อดูแลก่อนจะเกิดปัญหา
ทั้ง ๆ ที่ในเชิงหลักคิดของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เราควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงปัญหาไม่พึงประสงค์ที่จะเกิดขึ้นได้แบบไม่ทันระวังตั้งตัว
และโดยหลักแล้ว อายุที่เหมาะสมที่เราควรจะตื่นตัวดูแลเรื่องผิวของตัวเองอย่างจริงจังคือช่วงอายุ “25 ปีขึ้นไป” เนื่องจากช่วงวัยนี้จะเป็นช่วงเริ่มต้นที่ร่างกายของเราจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนปีละประมาณ 1%* ไปเรื่อย ๆ จนเสื่อมสภาพในที่สุด (หากไม่มีการดูแลอย่างจริงจัง คอลลาเจนก็จะเสื่อมจนทำให้ผิวหน้าไม่ตึงกระชับ จนหย่อนคล้อยและยากจะหวนกลับ)

ดังนั้น หลักคิดการดูแลผิวเชิงป้องกันแบบ Preventive Care จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดก่อน ซึ่งการใช้สกินบูสเตอร์ (Skin Booster) หรือการทำหัตถการฉีดสารบำรุง ก็เป็นอีกหนึ่งในกรรมวิธีที่สามารถใช้เพื่อดูแลผิวแบบ Preventive ได้
หลักคิดนี้ก็ไม่ต่างจากการเริ่มเก็บออมเพื่อการเกษียณ ยิ่งอดออมเร็ว วางแผนเกษียณไว้อย่างรัดกุม ก็ยื่งทำให้ปลายทางในวันที่ตัดสินใจเกษียณของคุณไร้อุปสรรคปัญหาหรือความน่ากังวลใจในการใช้ชีวิต
ไม่ต่างกัน ยิ่งเริ่มใส่ใจดูแลผิวตนเองเร็วเท่าไร ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็จะทำให้คุณใช้ทรัพยากรน้อยกว่า ผลลัพธ์ดีกว่า และดูธรรมชาติกว่าคนทั่วไปที่เริ่มต้นเมื่อเกิดปัญหาผิวจนยากจะเยียวยา

เทคโนโลยีการดูแลผิวที่น่าสนใจและมาแรงแบบ 360° Beauty
สำหรับคนที่มีจุดประสงค์ในการอยากยกกระชับผิว ทำให้โครงสร้างใบหน้าดูฟิต กระชับ และลดวัยอย่างเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันมีเทคนิคการทำหัตถการที่น่าสนใจอยู่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น
- ฟิลเลอร์ – ที่มีส่วนผสมของ Vycross Technology HA ช่วยเติมปริมาตรและปรับรูปหน้า ให้หน้าดูมีมิติและเป็นธรรมชาติ
- สารกระตุ้นคอลลาเจน – ที่มีส่วนผสมของ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) & Hyarulonic Acid (HA) กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนจากภายใน ผสานพลังผิว ให้ผิวมีความแน่นกระชับ ลดความหย่อนคล้อย แลดูอ่อนเยาว์ แบบ Harmony Skin
- การฉีดสารลดเลือนริ้วรอยบริเวณลำคอ – เพื่อลดเส้นแนวตั้งบริเวณลำคอ ให้รูปหน้าดูยกกระชับขึ้น
- เทคนิคการรักษาด้วยคลื่นอัลตราซาวน์โฟกัสลึก (HIFU) – ที่ส่งพลังงานเข้าถึงชั้นลึกของผิว กระตุ้นการยกตัวอย่างมีระบบ
นอกเหนือจากเทคโนโลยีการดูแลผิวที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ณ ปัจจุบัน ในวงการการแพทย์และความสวยความงามยังได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการดูแลยกกระชับเรือนร่างอีกด้วย โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงนี้คือ Cryolipolysis หรือการสลายไขมันด้วยความเย็นแบบถาวร

เทคโนโลยีสลายไขมันใต้คางด้วยความเย็น (Cryolipolysis) – สามารถทำได้เพื่อลดเหนียง เสริมความชัดเจนของกรอบใบหน้า ช่วยให้หน้ากระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น โดยใช้เวลาเพียง 35 นาทีต่อครั้ง และไม่ทิ้งรอยแผลหลังการรักษา**
นอกเหนือจากบริเวณกรอบใบหน้า การทำ Cryolipolysis ยังสามารถทำได้ในบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น หน้าท้อง, เอว, ปีกนางฟ้า, เนินอก, กล้ามอกผู้ชาย, ต้นแขน, ต้นขา, ขาใน-ขานอก, รักแร้ และใต้แก้มก้น เป็นต้น ซึ่งถือเป็นเทคนิคการรักษาและการยกกระชับผิวให้เฟิร์มชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ยังมีไขมันสะสมในบางจุดที่ไม่ตอบสนองต่อการออกกำลังกาย
แต่เห็นแบบนี้แล้ว หลายคนอาจจะเกิดคำถามสงสัยว่า การผสานหลายเทคนิคของการดูแลผิวในเคสเดียว จะเป็นวิธีการดูแลผิวที่ปลอดภัยหรือไม่?
คำตอบคือ “จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยหากได้รับการประเมินอย่างถูกต้องภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ”
และในความเป็นจริงแล้ว การดูแลผิวแบบ 360° Beauty ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องทำทุกอย่างพร้อมกันแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่สำคัญและหลักคิดที่ถูกต้องมากกว่าในมุมมองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คือ “การจัดลำดับ” ความสำคัญก่อนหลังในการรักษา
ตัวอย่างเช่น เริ่มจากปรับคุณภาพผิวด้วย RF ก่อน แล้วเว้นระยะค่อยทำหัตถการในกลุ่ม Biostimulator
ดังนั้นการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ใช้เครื่องมือที่ผ่านการรับรอง และดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ คือ ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ทั้งในแง่ความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มั่นใจได้
เพราะการดูแลผิวที่ดีที่สุด คือ การดูแลผิวอย่างใส่ใจ ครอบคลุมทุกมิติ 360 องศา ไม่ใช่แค่โฟกัสที่ผิว แต่หมายรวมถึงปัจจัยอื่น ๆ รอบด้าน ที่สำคัญต้องเร่ิมต้นดูแลอย่างจริงจังก่อนจะเกิดปัญหาแบบ Preventive Care
ตลอดจนการให้ความสำคัญกับคลินิกที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ โดยการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
เพียงเท่านี้ ผิวที่ดีก็จะเป็นของคุณทุกคนแล้ว
*Reference: Am J Pathol. 2006 Jun;168(6):1861–1868.
** Reference:
– Allergan.CoolSculpting system (CoolSculpting ELITE) user manual. CS-UM-CM3-01-EN-C. May 2021.
– Ref2: Klein KB, et al. Surg Med 2009;41(10):785-90.
