
‘เนทันยาฮู’ รับปาก ‘ทรัมป์’ จะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอีกต่อไป หลังจากการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส ทำให้อิหร่านโจมตีตอบโต้ต่อทรัพย์สินด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลาง ช่วยทำให้ตลาดสงบลงในวันที่ราคาน้ำมันซึ่งสูงอยู่แล้ว ขณะที่ผู้นำสหรัฐยืนยันไม่ส่งทหารภาคพื้นดินไปสงครามใด ๆ รวมถึงอิหร่าน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า อิสราเอลกล่าวว่าจะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอีกต่อไป หลังจากการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส ของอิหร่าน ทำให้เกิดการโจมตีตอบโต้ต่อทรัพย์สินด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตำหนิ
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อ 19 มีนาคมว่า “อิสราเอลดำเนินการเพียงลำพัง” หลังจากที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าได้แจ้งให้สหรัฐทราบเกี่ยวกับการโจมตีแหล่งเซาท์ พาร์สแล้ว
เนทันยาฮูยังกล่าวอีกว่า กองกำลังอิสราเอลจะช่วยสหรัฐในการพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสงครามจะจบลงเร็วกว่าที่ผู้คนคิด ซึ่งคำพูดเหล่านี้ช่วยทำให้ตลาดสงบลงในวันที่ราคาน้ำมันซึ่งสูงอยู่แล้ว
“ผมบอกเขาว่า ‘อย่าทำอย่างนั้น’ และเขาจะไม่ทำอย่างนั้น” ทรัมป์กล่าวในวันเดียวกันที่ทำเนียบขาว โดยหมายถึงเนทันยาฮู “เราเข้ากันได้ดีมาก มีการประสานงานกัน แต่บางครั้งเขาก็จะทำอะไรบางอย่าง และถ้าผมไม่ชอบ ก็…ดังนั้น เราจึงไม่ทำอย่างนั้น”
ด้านสหรัฐขอให้รัฐสภาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ (6.5 ล้านล้านบาท) เพื่อใช้ในการทำสงคราม โดยพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าสหรัฐกำลังดำเนินการตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายของสงคราม
ก่อนหน้านี้ บริษัท QatarEnergy บริษัทน้ำมันแห่งชาติของกาตาร์กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมราสลาฟฟานกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังจากถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธ แม้สกัดกั้นได้ 4 ลูก แต่ตกใส่ 1 ลูกเมื่อคืนวันพุธที่ 18 มีนาคม และการโจมตีอีกครั้งในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม ทำให้เกิดไฟไหม้
กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เรียกการโจมตีครั้งนี้ว่า “เป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย และเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐอย่างโจ่งแจ้ง”
สงครามดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งสูงถึง 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 4,100 รายทั่วภูมิภาค
กระทั่งความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันลดลงจากระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 เนื่องจากผู้นำของสหรัฐและอิสราเอลพยายามสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่วิตกกังวลจากความเสียหายต่อโรงงานพลังงานสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงสู่ระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตสำหรับเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ประมาณ 94 ดอลลาร์ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขา “จะไม่ส่งทหารไปที่ใด” หลังจากถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐ ขณะที่เนทันยาฮู นายกฯอิสราเอลกล่าวว่า อิสราเอลจะงดเว้นจากการโจมตีโรงงานพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
