นักวิชาการ ม.แม่โจ้ ชี้โจทย์ใหญ่รัฐบาลอนุทิน แม้กุมเสียงข้างมากในสภา

นักวิชาการ ม.แม่โจ้ ชี้โจทย์ใหญ่รัฐบาลอนุทิน แม้กุมเสียงข้างมากในสภา

ผศ.ดร.สุดเขต สกุลทอง วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้ความเห็นถึงความท้าทายใหญ่ของรัฐบาล หลังนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกในสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2

ผศ.ดร.สุดเขตเปิดเผยว่า หลังนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 293 ต่อ 119 เสียง ถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก เพราะได้คะแนนเสียงเกือบ 300 เสียง ขณะที่การแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีที่พรรคภูมิใจไทยได้ดูแล 14 กระทรวงหลัก ส่วนที่เหลือเกลี่ยให้พรรคเพื่อไทย ก็ยิ่งทำให้ภาพของรัฐบาลดูมีเสถียรภาพมากขึ้น

แต่ทั้งนี้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลที่หนักกว่าเรื่องเอกภาพหลังก้าวเข้ามาทำงานในห้วงเวลานี้ คือ ปัญหาการสู่รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลทำให้น้ำมันขาดแคลน และกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมทำให้ต้นทุนวัตถุดิบ และสินค้าต่างๆปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิกฤตนี้ทำให้รัฐบาลที่เข้ามาดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจ และพลังงานต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชน เพราะคาดว่าภายในเดือน เมษายนนี้สินค้าต่างๆ จะปรับราคาขึ้นแน่นอน

ผศ.ดร.สุดเขต กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตามมาหลังการขึ้นราคาสินค้า คือค่าครองชีพของประชาชนที่สูงขึ้น ปัญหาที่ตามมาและรัฐบาลต้องเผชิญ คือเงินเฟ้อ และการขาดแคลนน้ำมันที่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่ทำสัญญาก่อสร้างกับภาครัฐต้องหยุดชะงัก เพราะระบบโลจิสติกส์มีปัญหาไม่มีน้ำมันขนส่ง ทุกอย่างจะได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ และหน่วยงานที่รับภาระหนัก คือกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ทั้ง คลัง พาณิชย์ คมนาคม และอุตสาหกรรม

Advertisement

“รัฐบาลชุดใหม่นี้มาพร้อมกับภาระปัญหาระดับโลกที่มาพร้อมกันทั้ง 3 ด้าน คือ ภาวะสงคราม พลังงาน และเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงต้องหาวิธีรักษาเสถียรภาพด้วยการชูจุดแข็งของประเทศ โดยเน้นการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ ลดการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ผลิตปุ๋ยจากต่างประเทศ หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตเองในประเทศทดแทน และเร่งกระจายสินค้าอุปโภค-บริโภคพื้นฐานให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงคลัง ต้องประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ หาก 4 กระทรวงหลักนี้สามารถควบคุมและดูแลการผลิตให้พอเพียงกับการบริโภคในประเทศได้ เชื่อว่าเราจะอยู่ได้อีกอย่างน้อยอีก 1- 2 ปี ” ผศ.ดร.สุดเขต กล่าว

ส่วนการทำงานของพรรคประชาชนในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ก็ต้องปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ได้เป็นปัญหาของฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่เป็นปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข เพราะหากภายในเมษายนนี้ยังแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน รัฐบาลอาจจะอยู่ได้เพียง 1 ปี

ผศ.ดร.สุดเขต กล่าวเพิ่มเติมว่า เสถียรภาพของรัฐบาลขณะนี้ถือเป็นเรื่องรองเมื่อเทียบกับปัญหาเรื่องพลังงานและเศรษฐกิจ ดังนั้นพรรคประชาชนในฐานะแกนนำฝ่ายค้านต้องรอให้รัฐบาลทำงานอย่างน้อย 1 – 3 เดือนก่อน เพราะห้วง 1 เดือนแรกของการทำงานรัฐบาลยังทำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของงบประมาณปี 69 ซึ่ง รัฐบาลภายใต้การนำของ แพทองธาร ชินวัตร ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ต่อสภา ในช่วง เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ซึ่งผ่านความเห็นชอบวาระที่ 3 (อนุมัติ) ในช่วง เดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่ง เป็นช่วงรอยต่อที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียง จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 5 กันยายน 2568