จี7 พร้อมปกป้องอุปทานพลังงานโลก หนุนความมั่นคงช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือ G7 ออกแถลงการณ์ว่าด้วยการสนับสนุนพันธมิตรในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 21 มีนาคม โดยระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนอุปทานพลังงานของโลก และย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ รวมถึงในช่องแคบฮอร์มุซด้วย

ในแถลงการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีต่างประเทศจากแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา รวมถึงนักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรประบุว่า พวกเขายืนยันการสนับสนุนต่อพันธมิตรในภูมิภาค ในการเผชิญกับการโจมตีที่ไม่ชอบธรรมโดยอิหร่านและกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน

พร้อมกับประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีโดยไม่ยั้งคิดของระบอบการปกครองอิหร่าน ที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน และอิรัก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมติที่ 2817 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

การโจมตีที่ไม่อาจหาเหตุผลได้ของอิหร่านต่อประเทศเหล่านี้ยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เราขอเรียกร้องอิหร่านให้ยุติการโจมตีทั้งหมดโดยทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือและความปลอดภัยในการเดินเรือ รวมถึงในช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางน้ำสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนความปลอดภัยและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และเสถียรภาพของตลาดพลังงาน

รัฐมนตรีต่างประเทศจี7 ประกาศความพร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนอุปทานพลังงานโลก เช่น การปล่อยสำรองพลังงานตามที่สมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ตัดสินใจไว้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม

Advertisement

ทั้งนี้ จี7 ย้ำมาตลอดว่า อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และต้องยุติโครงการขีปนาวุธ ยุติกิจกรรมที่บ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและทั่วโลก ตลอดจนยุติความรุนแรงและการปราบปรามประชาชนของตนเองอย่างน่าตกใจ

พวกเราสนับสนุนสิทธิของประเทศที่ถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรมจากอิหร่านหรือกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน ในการปกป้องอธิปไตยและคุ้มครองประชาชนของตน และขอยืนยันอีกครั้งถึงการสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อความมั่นคง อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศเหล่านั้น

ทั้งยังประณามการโจมตีอย่างอุกอาจในอิรักโดยอิหร่านและกองกำลังติดอาวุธของตน ที่มุ่งเป้าไปยังสถานที่ทางการทูตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก รวมถึงการโจมตีต่อกองกำลังสหรัฐและกองกำลังพันธมิตรต่อต้านกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) รวมถึงประชาชนชาวอิรัก