
นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ว่า ญี่ปุ่นอาจพิจารณาส่งกองกำลังไปปฏิบัติภารกิจกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก หากมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน
“หากมีการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ในทางทฤษฎีแล้ว เรื่องต่างๆ เช่น การกวาดทุ่นระเบิดอาจเกิดขึ้นได้ นี่เป็นเพียงสมมติฐาน แต่หากมีข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น และทุ่นระเบิดทางทะเลกลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ ผมคิดว่านั่นก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา” โมเตกิกล่าวในรายการของฟูจิทีวี
อย่างไรก็ดี การปฏิบัติการทางทหารของญี่ปุ่นถูกจำกัดภายใต้รัฐธรรมนูญสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่กฎหมายความมั่นคงปี 2015 เปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถใช้กองกำลังป้องกันตนเองในต่างประเทศได้ หากเกิดการโจมตี รวมถึงต่อประเทศพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิด ซึ่งคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น และไม่มีวิธีอื่นในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้
โมเตกิยังกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นยังไม่มีที่จะขอให้เรือของญี่ปุ่นที่ติดค้างสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยเสริมว่าการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้เรือทุกลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลกนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเคียวโดของญี่ปุ่นว่า เขาได้หารือกับโมเตกิเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้เรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นผ่านช่องแคบดังกล่าว
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นขนส่งน้ำมันประมาณ 90% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของช่องแคบดังกล่าวถูกอิหร่านปิดกั้นในระหว่างที่สงครามที่ดำเนินมาเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ต้องปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้เพื่อลดผลกระทบ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ พบหารือกับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดี โดยเรียกร้องให้เธอเร่งดำเนินการ ในขณะที่เขากำลังกดดันพันธมิตร ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ – ให้ส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบ
หลังการหารือสุดยอดที่วอชิงตัน ทาคาอิจิกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เธอได้แจ้งให้ทรัมป์ทราบถึงความช่วยเหลือที่ญี่ปุ่นสามารถและไม่สามารถให้ได้ในช่องแคบฮอร์มุซภายใต้กฎหมายญี่ปุ่นแล้ว
