สวนดุสิตโพลเผย ปชช.ส่วนใหญ่อยากให้นายกฯเร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพงและวิกฤตพลังงาน

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ความคาดหวังต่อรัฐบาลและฝ่ายค้าน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,456 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างอยากเห็นบทบาทของฝ่ายรัฐบาลในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติได้ดี ร้อยละ 72.94 และสร้างสรรค์ ร้อยละ 75.62 โดยค่อนข้างคาดหวังต่อการทำงานของฝ่ายค้าน ร้อยละ 50.83 ทั้งนี้ สิ่งที่อยากบอกนายกฯอนุทิน คือ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงและวิกฤติพลังงาน ร้อยละ 44.71

ตร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจจสะท้อนว่าประชาชนค่อนข้างคาดหวังต่อการทำงานของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ถูกจับตามองว่าจะรับมือวิกฤติพลังงานอย่างไร เพราะจากประสบการณ์การบริหารวิกฤติในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ส่งผลให้ประชาชนเกิดความกังวลและบางส่วนตื่นตระหนกไม่น้อย แม้จะเป็นวิกฤติที่หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญร่วมกัน แต่การสื่อสารและการบริหารจัดการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากการที่รัฐบาลชุดใหม่ภายได้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นถึงตำแหน่งรัฐมนตรี และรัฐบาลใหม่จะต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่อเค้าในภาวะวิกฤติของรัฐบาลมากที่สุดถึง 72.94% ซึ่งต้องยอมรับว่ายากที่จะผ่านพ้นไปได้และความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลใหม่สร้างสรรค์ที่ต่างจากอดีตที่มักทำหน้าที่ฝ่ายแค้นและมุ่งทำลายรัฐบาลมากกว่าปัญหาจากการทำงาน โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการบอกไปถึงนายกฯอนุทิน คือ “น้ำมันแพงและความกังวลต่อวิกฤติพลังงาน” ที่กระทบต่อประชาชนและรัฐบาลทั่วโลก สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นตัวแปรที่รัฐบาลพยายามควบคุมและใช้องคาพยพที่มีทั้งหมดในการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะลุกลามหรือยืดเยื้อออกไปอีกนานเท่าใด เพราะนั่นหมายถึง อายุของรัฐบาลใหม่ที่กำลังจัดตั้งด้วย