แนะ3ข้อก่อนบินตปท. ศบก.ให้เตรียมพร้อม ทรัมป์ ขีดเส้นเปิดฮอร์มุซใน 48 ชม.

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)ว่า กต.ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ระมัดระวังและตื่นตัว และแนะนำให้ดำเนินการ 3 ประการ คือ 1.ให้ติดหมายเลขสายด่วน ของสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่จะเดินทางไป เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศหากเกิดกรณีฉุกเฉิน 2.ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อออนไลน์ของสถานอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และหน่วยงานของประเทศที่จะเดินทางไป และปฎิบัติตามคำเตือนหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 3.ดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น Thai consular ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่น ที่ให้ข้อมูลด้านการบริการต่างๆ ของกรมการกงสุล หากต้องการติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ในประเทศที่เดินทางไป

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่มฮิซบัลเลาะห์ ยังโจมตีตอบโต้อย่างต่อเนื่องเข้าสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งอยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองวันอีฎิ้ลฟิตริของชาวมุสลิม และปีใหม่ของเปอร์เซีย โดยมุ่งเป้าฐานปฏิบัติการของสหรัฐฯในประเทศต่างๆยังขยายโจมตีไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของในหลายประเทศส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น จากสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีความผันแปรสูง จึงขอย้ำให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และติดตามข่าวสารช่องทางทางการและแจ้งข้อมูลและช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลส่วนใหญ่ ในพื้นที่รับผิดชอบ”นายปาณิดล กล่าว

นายปาณิดล กล่าวว่า ความคืบหน้าการช่วยเหลือการคนไทยในพื้นที่ในอิสราเอล ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประกาศย้ำเตือนคนไทยในอิสราเอลเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานทูต กรุงอังการา เร่งประสานอพยพแรงงานไทย 4 คน และนักศึกษา 7 คน เดินทางข้ามไปที่ตุรกีเพื่อกลับประเทศไทย ทั้งนี้มีคนไทยได้รับการช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง กลับประเทศไทยและในประเทศที่3 จำนวน 1,475 คน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ตามเวลาสหรัฐว่า หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ โดยปราศจากการคุกคาม ภายใน 48 ชั่วโมงนับจากเวลานี้ สหรัฐอเมริกาจะโจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าหลายแห่งของพวกเขา โดยเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดก่อน
การยื่นคำขาดของทรัมป์สะท้อนว่า ทรัมป์จะขยายขอบเขตการโจมตีของสหรัฐไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันของพลเรือนในอิหร่านโดยตรง ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันที่สุด โดย 1 วันก่อนหน้านี้ ทรัมป์พูดถึงการลดระดับความขัดแย้ง ขณะที่นาวิกโยธินสหรัฐและเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ยังคงมุ่งหน้าไปยังภูมิภาค

ด้านกองบัญชาการทหารคาทัม อัล-อันบิยาของอิหร่านระบุเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม ว่า หากสหรัฐโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงและพลังงานของอิหร่าน อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดของสหรัฐในภูมิภาคทั้งหมด

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือ G7 ประกอบด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา รวมถึงนักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ว่าด้วยการสนับสนุนพันธมิตรในตะวันออกกลาง โดยระบุยืนยันการสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาค ในการเผชิญการโจมตีที่ไม่ชอบธรรมโดยอิหร่านและกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน พร้อมประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีของระบอบการปกครองอิหร่าน ที่มุ่งเป้าพลเรือน โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน และอิรัก พร้อมเรียกร้องอิหร่านยุติการโจมตีทั้งหมดโดยทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมย้ำความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือและความปลอดภัยในการเดินเรือรวมถึงในช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางน้ำสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนความปลอดภัยและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และเสถียรภาพของตลาดพลังงาน