
ยิวไม่สนคำสั่งทรัมป์ห้ามโจมตี เปิดฉากถล่มอิหร่านรอบใหม่
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล กล่าวว่า กองทัพอิสราเอลได้เริ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของระบอบก่อการร้าย อิหร่าน ในใจกลางกรุงเตหะรานแล้ว หลังก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกไม่ให้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน เพราะจะทำให้สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอล กับอิหร่าน ทวีความความรุนแรงมากขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ความขัดแย้งดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันราย ลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
ในช่วงเช้ามืดของวันเดียวกัน บาห์เรน คูเวต และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศว่า กำลังรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ซึ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมาอิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดโลกเกิดความผันผวนอย่างหนัก โดยราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม หลังอิหร่านโจมตีเมืองอุตสาหกรรมราสลาฟฟานในกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์แปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งในห้าของโลก ทำให้เกิดความเสียหายที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการซ่อมแซม เพื่อตอบโต้การโจมตีแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ของอิสราเอล พร้อมกันนี้ ท่าเรือหลักของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางสำรองของช่องแคบฮอร์มุซ ก็ถูกโจมตีด้วย
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแล้ว หลังจากที่ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และ ญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าจะช่วยดูแลความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการอื่นๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดพลังงานและสร้างความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตด้วย และด้านสหรัฐก็ได้ประกาศมาตรการเพิ่มการผลิตน้ำมันด้วย
กระนั้นก็ดี นายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรนี ย้ำว่า การมีส่วนร่วมใดๆ ในการรักษาความปลอดภัยของช่องแคบจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการสู้รบยุติลงแล้ว ขณะเดียวกัน มีการวิเคราะห์ว่าสหรัฐและอิสราเอลขาดการดำเนินการที่สอดคล้องกันในเรื่องสงครามกับอิหร่าน เห็นได้จากกรณีที่อิสราเอลทิ้งระเบิดลงแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน ซึ่งทรัมป์บอกว่า ไม่ได้รับทราบล่วงหน้า ทว่าเจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นโดยมีการหารือกับสหรัฐแล้ว
อีกทั้ง ทัลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรว่า เป้าหมายของสหรัฐและอิสราเอลแตกต่างกัน
“รัฐบาลอิสราเอลมุ่งเน้นไปที่การทำให้ผู้นำของอิหร่านหมดความสามารถ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าเป้าหมายของเขาคือการทำลายขีดความสามารถในการปล่อยขีปนาวุธ การผลิตขีปนาวุธ และกองทัพเรือของอิหร่าน” แกบบาร์ดกล่าว
