
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาเป็นประธานการประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกหารือความเดือดร้อนของประชาชน น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ ส.ว. เสนอญัตติด่วนขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของโลกทั้งด้านพลังงาน การค้า การลงทุน และความมั่นคงระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จากกรณีที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้และกดดันสหรัฐอเมริกา ภายหลังความขัดแย้งทวีความรุนแรงตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกหยุดชะงัก กระทบอุปทานน้ำมันโลกและดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อให้เกิดวิกฤตด้านเศรษฐกิจและพลังงาน โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก
น.ส.รัชนีกรกล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ปัจจุบันพบว่าหลายพื้นที่มีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้ว่าภาครัฐจะยืนยันว่าไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตรวม 175 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมมีมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน และจัดหาแหล่งน้ำมันดิบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในวงกว้าง ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น เสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานในประเทศ
น.ส.รัชนีกรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดแนวทางดูแลช่วยเหลือเพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่แรงงานไทยในพื้นที่ดังกล่าว ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้รัฐบาลเข้าควบคุมและดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
น.ส.รัชนีกรกล่าวด้วยว่า ในด้านเศรษฐกิจ คาดว่าจีดีพีของไทยจะปรับตัวลดลงอย่างน้อย 1% โดยเฉพาะภาคการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางเพิ่มจีพีดีในส่วนอื่นเพื่อชดเชยความสูญเสียดังกล่าว ส่วนภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยว รวมถึงการปรับเส้นทางบินหลีกเลี่ยงพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนตกค้างในหลายพื้นที่ท่องเที่ยว
น.ส.รัชนีกรกล่าวว่า รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนและท่าทีอย่างชัดเจนว่าจะไม่นำพาประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสงครามหรือความขัดแย้ง ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตต่อการบริหารจัดการด้านพลังงานว่า ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจน้ำมัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมอย่างแท้จริง

