
พิพัฒน์ เผยนายกฯ สั่งในสัปดาห์นี้ต้องไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย เร่งนำดีเซล B20 ออกสู่ตลาดระบายให้ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ‘เลขาสภาพัฒน์ฯ’ คาด 1-2 วันสถานการณ์ดีขึ้น แจงเหตุขาดส่ง บางปั๊มส่งทางท่อต้องรอรอบตามปฏิทิน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงว่า ศบก.มีการประชุมทำความเข้าใจและหารือผู้ค้า ตามมาตรา 7 บริษัทและโรงกลั่น จากภาพข่าวที่ได้เห็นในแต่ละวันเกิดความกลาโหม ตื่นตระหนกในสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ซึ่งไม่มีน้ำมันจ่ายให้กับประชาชน
ขอแจ้งให้คนไทยได้รับทราบว่า ในแต่ละวันโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้มีการนำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการเกือบหมื่นแห่ง จากอดีตเคยเติมน้ำมันและมีผู้ใช้บริการประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ระยะนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 82-84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ยังไม่เป็นที่เพียงพอกับผู้ใช้ในประเทศไทยทั้งหมด

และจากวันที่ 21 มีนาคม นายกรัฐมนตรีมีการลงนามในคำสั่ง ให้งดเก็บน้ำมันสำรอง ที่จะเพิ่มของผู้ค้ามาตรา 7 และโรงกลั่น ในวันที่ 31 มีนาคม 0.5% และ 31 เมษายน เพิ่มขึ้น 1.5% ซึ่งจะมีน้ำมันสำรองถึง 3% ซึ่งจะขอชะลอออกไป ซึ่งคงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิม จากก่อนหน้าที่จะมีสงครามเกิดขึ้น ทั้งยังมีการหารือว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันสำรองทุ่มเข้าสู่ตลาด เพื่อให้พอต่อความต้องการของผู้ใช้ทั้งหมด
ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการว่าภายในสัปดาห์นี้คงเห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย โดยผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้ร่วมการหารือและรับทราบ โดยทุกบริษัทจะพยายามปฎิบัติตามข้อสั่งการนายกฯ รวมถึงโรงกลั่นต่าง ๆ พยายามกลั่นให้ได้ 100% หรือเกิน 100% และพยามปล่อยน้ำมันให้ผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายให้กับผู้ใช้ได้อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรับทราบ และที่สำคัญเราจะมีน้ำมันดีเซล B20 โดยสุดสัปดาห์นี้ OR บางจาก และเชลล์ จะมีน้ำมันสูตรนี้ออกมาให้กับบริการกับผู้ใช้อุตสาหกรรมและจะขายผ่านทางจ็อบเบอร์ ซึ่งปัจจุบันขายให้กับทางจ็อบเบอร์อยู่ประมาณ 16 ล้านลิตรต่อวัน
ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงว่าผลการดำเนินงานจากที่ประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งให้มีการติดประกาศราคาที่คลังน้ำมัน ซึ่งเดิมไม่เคยมี ถือเป็นการประกาศราคาไม่ให้สูงเกินกว่าราคาที่สถานีบริการ ซึ่งก็มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

โดยในช่วง 2 วันที่ผ่านมา หน่วยงานจากกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 8 จุด โดยจากการลงตรวจไม่มีความผิดปกติ เพราะการลงตรวจในครั้งนี้จะดำเนินการการตรวจวัดปริมาณน้ำมันที่อยู่ในคลังและจำนวนที่ขายออกไป ทุกอย่างถูกต้องตรงกัน ไม่ได้มีความผิดปกติใด ๆ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เข้าใจที่ทางประชาชนได้เห็นภาพของน้ำมันในสถานีตามบริการต่าง ๆ ที่ยังขาดอยู่ ซึ่งในระบบการส่งน้ำมันจากคลังออกไปยังสถานีบริการต่าง ๆ จะมี 2-3 เรื่อง ทั้งการส่งตามท่อ ไปที่คลังน้ำมันปลายทาง และรับกันที่ปลายทางด้วยรถขนน้ำมัน แล้วจะมีรถน้ำมันที่ขนไปภาคใต้ด้วย
โดยการส่งน้ำมันทางท่อจะไม่สามารถส่งน้ำมันพร้อมกันทุกชนิดได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะมีปฏิทินการส่งอยู่ วันนี้อาจส่งน้ำมันชนิดนี้ และอีกวันอาจส่งอีกชนิดหนึ่ง ทำให้ช่วงเวลาที่ประชาชนไปซื้อน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันสูงกว่าเวลาปกติ ก็จะทำให้การส่งน้ำมันจากคลังผ่านท่อไปยังคลังปลายทางและขึ้นรถไปส่งที่สถานีบริการอาจทำได้ล่าช้า
แต่โดยรวมจากที่มีการรายงานสถานการณ์ในแต่ละปั๊มขาดน้ำมันก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากมีการให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง โดยจากการเติมน้ำมันโดยปกติ มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 65-66 ล้านลิตร เฉลี่ยประมาณ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่บางวันในช่วงสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ใหม่ ๆ มีการใช้น้ำมันโดยเฉพาะดีเซลประมาณกว่า 100 ล้านลิตร
เพราะฉะนั้นเวลาที่การเติมน้ำมันโดยปั๊มน้ำมันหลายแห่งในช่วงเวลาปกติหนึ่งวันจะขายอยู่ที่ 15,000 ลิตร สามารถขายได้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน และตอนเช้าจะมีรถมาเติมน้ำมันใหม่ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา 15,000 ลิตรที่เติมไปในตอนเช้า ปรากฏว่าประมาณเที่ยงวันก็หมดแล้ว จึงทำให้ต้องการขนส่งน้ำมันไปเติมบ่อยขึ้น
ด้วยปริมาณความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงคือในช่วงที่ผ่านมา อาจด้วยความหวั่นเกรงว่าจะไม่มีน้ำมัน ซึ่งผมยืนยันว่าน้ำมันยังมี เพราะตัวเลขที่เช็กจากกรมศุลกากรจะเห็นว่าน้ำมันดิบที่วิ่งเข้ามาในประเทศไทย หากนับตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม มีน้ำมันดิบเข้าประเทศมาแล้วกว่า 3,400 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอในการกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศ จะมีกำลังการกลั่นที่อยู่ถึง 175 ล้านลิตร
ส่วนดีเซลก็ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในขณะนี้ความต้องการเพิ่มขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน โดยทางโรงกลั่นก็พยายามเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ไม่มากนัก เพราะด้วยกำลังการกลั่นที่มีอยู่แค่นี้จึงสามารถเพิ่มได้อีกนิดหน่อย และบางการก็ใช้พลังงานที่ผลิตจากเดิม 100% เพิ่มขึ้นมาเป็น 110% ก็พยายามทำเต็มที่เพื่อให้มีน้ำมันเข้ามา ส่วนที่จะมีการเติมเข้ามาเพื่อเป็นการผ่อนคลายน้ำมันที่เราเคยมีคำสั่งไว้ให้เพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วงสิ้นเดือนก็ผ่อนคลายออกไป
โดยในเรื่องนี้จากการตรวจของดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรม ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติในการเข้าตรวจคลังน้ำมัน ขณะเดียวกันก็ได้มีการเข้าไปตรวจของกรมการปกครองที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศประมาณ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่งมีปัญหาด้านการขนส่ง นั่นคือน้ำมันถูกเติมจนหมดปั๊ม และต้องรอให้ขนส่งวิ่งเข้าไปส่ง
ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวัน จากตัวเลขที่กรมการปกครองลงพื้นที่สำรวจ พบว่าปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันอยู่ที่ประมาณ 82 ล้านลิตร หากในเชิงปริมาณก็มีความเพียงพอที่จะให้กับประชาชนได้ และจำหน่ายอยู่ที่ 65 ล้านลิตร ซึ่งนี่เป็นผลการตรวจสอบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

