
แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะอ้างว่าได้มีการหารือกับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม และเลื่อนเส้นตายที่จะให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซออกไปอีก 5 วัน แต่ดูเหมือนสถานการณ์ในพื้นที่จะยิ่งดุเดือดรุนแรงขึ้น โดยมีรายงานว่าอิหร่านถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก ขณะที่เตหะรานก็ทำการยิงตอบโต้ใส่อิสราเอลและหลายประเทศในรัฐอ่าวในวันที่ 24 มีนาคม ท่ามกลางสัญญาณที่สับสนเกี่ยวกับการเจรจายุติสงคราม
ขณะที่อิสราเอลได้ทำการโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเตหะราน อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายระลอกใส่อิสราเอลในช่วงเช้าตรู่วันอังคาร ในเมืองเทลอาวีฟ มีรายงานว่าขีปนาวุธลูกหนึ่งที่มีหัวรบหนัก 100 กิโลกรัม สามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอล และพุ่งชนถนนใจกลางเมือง แรงระเบิดทำให้กระจกของอาคารอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียงแตกกระจาย และเกิดควันพวยพุ่งขึ้น โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย
ในคูเวต สายไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากสะเก็ดของระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้เกิดไฟฟ้าดับบางส่วนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขณะที่ไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในบาห์เรน ด้านกระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบียระบุว่าได้ทำลายโดรนของอิหร่าน 19 ลำ ที่มุ่งเป้าไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันออกซึ่งอุดมไปด้วยน้ำมัน
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลจะยังคงโจมตีอิหร่านและเลบานอนต่อไป แม้ว่าสหรัฐกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของการหยุดยิง พร้อมระบุว่า “ยังมีอีกมากที่จะตามมา”
อิสราเอลได้ถล่มชานเมืองตอนใต้ของกรุงเบรุตในวันอังคาร โดยระบุว่าเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกใช้โดยกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน
ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า นาวิกโยธินสหรัฐอีกหลายพันนายกำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคนี้ ส่วนความเป็นไปได้ของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านก็ดูเหมือนจะยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นอย่างมาก และยังจะต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมากมาย เนื่องจากเป้าหมายของสหรัฐที่ดูจะสับสนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังไม่ชัดเจนว่าใครในรัฐบาลอิหร่านที่มีอำนาจในการเจรจา หรือมีความเต็มใจที่จะเจรจากับสหรัฐ โดยเฉพาะเมื่ออิสราเอลประกาศว่าจะเดินหน้ากำจัดผู้นำอิหร่านต่อไป หลังจากสังหารบุคคลสำคัญของอิหร่านไปแล้วจำนวนมาก
ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่มีแผนที่จะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน แต่ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้นั้นทิ้งไป อิสราเอลได้เสนอแนะว่ากองกำลังภาคพื้นดินของตนอาจเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้
ทั้งนี้ อิหร่านยังคงไม่ไว้วางใจสหรัฐอย่างมาก ส่วนหนึ่งเพราะในสมัยรัฐบาลของทรัมป์ สหรัฐได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านถึงสองครั้งในช่วงที่มีการเจรจาระดับสูง รวมถึงการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่เป็นชนวนให้เกิดสงครามในครั้งนี้
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุในช่วงต้นของสงครามว่า การโจมตีทางทหารของอิหร่านดำเนินการตามคำสั่งของผู้บัญชาการภาคสนาม มากกว่าคำสั่งโดยตรงจากผู้นำฝ่ายการเมือง ขณะเดียวกัน ยังไม่ชัดเจนว่านายโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บและยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ ได้เป็นผู้สั่งการกองทัพหลักหรือกองกำลังกึ่งทหารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งขึ้นตรงต่อบิดาของเขาที่เสียชีวิตไปแล้วหรือไม่
แม้นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน จะบอกว่าการเจรจากับสหรัฐเป็น “ข่าวปลอม” แต่สำนักงานของอารักชียอมรับว่า รัฐมนตรีต่างประเทศได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในสัปดาห์นี้กับประเทศคู่เจรจาทั้งอาเซอร์ไบจาน อียิปต์ โอมาน ปากีสถาน รัสเซีย เกาหลีใต้ ตุรกี และเติร์กเมนิสถาน
อิหร่านแต่งตั้งอดีตผู้บัญชาการ IRGC เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดคนใหม่เมื่อวันอังคาร แทนที่อาลี ลาริจานี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่าเลขาธิการคนใหม่คือโมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลกาเดอร์ ซึ่งมียศเป็นพลตรีใน IRGC
