
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเผยกำลังหารือเรื่อง “การยุติความขัดแย้งอย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด” ในตะวันออกกลาง เน้นย้ำว่าผู้แทนสหรัฐได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงที่น่านับถือมานานแล้ว แต่ไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย หลังจากสื่ออิหร่านระบุว่าเป็นข่าวปลอมที่หวังผลกดราคาพลังงานให้ต่ำลง
ที่น่าสังเกต ทรัมป์เน้นย้ำว่า เขาคิดว่าบุคคลที่สหรัฐกำลังพูดคุยด้วยเป็นตัวแทนของระบอบอิหร่าน
ผู้นำสหรัฐเขียนบนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อ 23 มีนาคมว่า สหรัฐและอิหร่านได้มีการสนทนาที่ “ดีมากและมีประสิทธิภาพ” เกี่ยวกับ “การยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างสมบูรณ์และเด็ดขาด” ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลื่อนแผนการโจมตีโครงข่ายพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน การประกาศของผู้นำสหรัฐส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นและราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็วเหลือต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการพลิกผันอย่างฉับพลันจากภาวะตลาดที่ตกต่ำอันเกิดจากคำขู่ของเขาในช่วงสุดสัปดาห์และคำมั่นของอิหร่านที่จะตอบโต้ แต่อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้เจรจากับสหรัฐ
เจ้าหน้าที่ยุโรปคนหนึ่งกล่าวว่า แม้จะไม่มีการเจรจาโดยตรงระหว่างสองประเทศ แต่ประเทศอียิปต์ ปากีสถาน และรัฐในอ่าวเปอร์เซียกำลังทำหน้าที่ส่งต่อข้อความให้คู่ขัดแย้ง ด้านเจ้าหน้าที่ปากีสถานและแหล่งข่าวอีกคนหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่า การเจรจาโดยตรงเพื่อยุติสงครามอาจเกิดขึ้นในกรุงอิสลามาบัดภายในสัปดาห์นี้ หลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์และอาซิม มูนีร์ บัญชาการกองทัพปากีสถาน
เบื้องหลังเจรจาทางอ้อมสู่เจรจาตรง
แหล่งข่าวจากสหรัฐกล่าวว่า การเจรจาทางอ้อมผ่านตุรกี อียิปต์ และปากีสถาน ซึ่งได้ส่งข้อความระหว่างสหรัฐและอิหร่านในช่วงสองวันที่ผ่านมา จนเป็นเหตุผลสำคัญมากพอที่ทำให้ทรัมป์เลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านออกไป
เบื้องหลังของเรื่องนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสามประเทศได้เจรจาแยกกันกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐในกิจการตะวันออกกลาง และอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน
“การไกล่เกลี่ยกำลังดำเนินอยู่และมีความคืบหน้า โดยการหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามและการแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ทั้งหมด” แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับรายละเอียดกล่าว
“เราหวังว่าจะได้รับคำตอบในเร็ว ๆ นี้” แหล่งข่าวกล่าวเสริม
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ระบุว่า บัดร์ อับเดลัตตี รมว.ต่างประเทศอียิปต์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐในกิจการตะวันออกกลาง อับบาส อารักชี และ รมว.ต่างประเทศจากปากีสถาน ตุรกี และกาตาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม โดยอับเดลัตตีเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “การควบคุมผลกระทบในวงกว้างของความขัดแย้งและป้องกันไม่ให้ขยายตัว”
ด้านเว็บไซต์แอ็กซิออส (Axios) สื่อออนไลน์สหรัฐรายงานอ้างแหล่งข่าวระบุว่า อียิปต์ ปากีสถาน และตุรกี ได้ส่งข้อความระหว่างสหรัฐและอิหร่านเมื่อ 22 มีนาคม และกำลังพยายามจัดให้มีการสนทนาทางโทรศัพท์ในวันที่ 23 มีนาคม ระหว่าง โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและทีมงานของทรัมป์ หากการสนทนาทางโทรศัพท์ดังกล่าวเกิดขึ้น อาจเป็นตัวกำหนดว่าการพบปะแบบตัวต่อตัวจะเกิดขึ้นหรือไม่
ต่อมาทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษในกิจการตะวันออกกลาง และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขย ซึ่งเคยเจรจากับอิหร่านก่อนสงคราม ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านจนถึงเย็นวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคมและจะดำเนินการต่อในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม เวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ปากีสถานกล่าวว่า ฝ่ายเจรจาสหรัฐรวมถึงเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐด้วย
“เราได้มีการเจรจาที่เข้มแข็งมาก ๆ เราจะดูว่ามันจะนำไปสู่สิ่งใด เรามีข้อตกลงที่สำคัญ ผมจะบอกว่าเกือบทุกประเด็นเป็นข้อตกลง” ผู้นำสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนออกเดินทางจากฟลอริดาไปยังเมมฟิส
ในเมืองเมมฟิส ผู้นำสหรัฐบอกว่า รัฐบาลสหรัฐเจรจากับอิหร่านมา “นานแล้ว และครั้งนี้พวกเขาจริงจัง” พร้อมเสริมว่า “ผมคิดว่ามันอาจจะจบลงด้วยข้อตกลงที่ดีสำหรับทุกคน”
ทรัมป์เน้นหนักโดยคิดว่าบุคคลที่สหรัฐกำลังพูดคุยด้วยภายในอิหร่านนั้นเป็นตัวแทนของระบอบการปกครอง
เขาไม่ได้ระบุชื่อเจ้าหน้าที่อิหร่านที่ติดต่อกับวิตคอฟและคุชเนอร์ แต่กล่าวว่า “เรากำลังติดต่อกับคนที่ผมเชื่อว่าเป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดและเป็นผู้นำ”
เหตุผลที่ไม่เอ่ยชื่อผู้เจรจาชาวอิหร่าน เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้ผู้เจรจาคนนั้นถูกฆ่า แต่กล่าวอ้างว่าสหรัฐและอิหร่านมีความเห็นตรงกันในประเด็นสำคัญหลายประเด็น “เรากำลังเจรจากับชายคนหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพมากที่สุด ไม่ใช่ผู้นำสูงสุด ซึ่งหมายถึงโมจตาบา คาเมเนอี เรายังไม่ได้รับการติดต่อจากเขา” ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจาที่เกิดขึ้นไม่ใช่การที่สหรัฐหารือกับ “ผู้นำสูงสุดคนนั้น” ซึ่งหมายถึงโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐหารือกับ “เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดคนอื่น” และเสริมว่า “สหรัฐไม่ได้ข่าวจากเขาเลย… เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม ผมจึงไม่ถือว่าเขาเป็นผู้นำจริง ๆ”
ใครคือ “กาลิบาฟ” ประธานรัฐสภาอิหร่าน

เจ้าหน้าที่อิสราเอลและแหล่งข่าวอีกสองแหล่งที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าวว่า ผู้เจรจาฝ่ายอิหร่านคือ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านผู้ทรงอิทธิพล อย่างไรก็ดี ประธานรัฐสภาอิหร่านปฏิเสธ โดยระบุว่าเป็นข่าวปลอม
กาลีบาฟกล่าวบนเว็บไซต์ X ว่า ไม่มีการเจรจาใด ๆ กับสหรัฐ และเยาะเย้ยข้อเสนอแนะดังกล่าวว่าเป็นความพยายามที่จะบิดเบือนตลาดการเงิน
“ไม่มีการเจรจาใด ๆ กับสหรัฐ และมีการใช้ข่าวปลอมเพื่อบิดเบือนตลาดการเงินและตลาดน้ำมัน และเพื่อหลีกหนีจากกับดักที่สหรัฐและอิสราเอลติดอยู่” เขากล่าว
“ประชาชนอิหร่านเรียกร้องให้มีการลงโทษผู้รุกรานอย่างเต็มที่และสำนึกผิด เจ้าหน้าที่อิหร่านทุกคนยืนหยัดเคียงข้างผู้นำสูงสุดและประชาชนของตนจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายนี้”
สำหรับกาลีบาฟเป็นอดีตนายพลในกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อดีตนายกเทศมนตรีกรุงเตหะรานและแคนดิเดตประธานาธิบดีอิหร่านปี 2008 และผู้ใกล้ชิดกับมอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่
ในฐานะแคนดิเดตประธานาธิบดีอิหร่านเคยเข้าร่วมการแถลงข่าวเกี่ยวกับจุดยืนของอิหร่านต่อโครงการนิวเคลียร์ ณ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียว เมื่อตุลาคมเมื่อปี 2008 ตามรายงานของเอพี
กาลีบาฟมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการความพยายามทำสงครามอิหร่านในช่วงสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และปัจจุบันถูกมองว่าเป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนอาวุโสที่สุดในแวดวงการตัดสินใจของอิหร่าน กาลีบาฟเป็นผู้ตอบโต้คำขู่ของทรัมป์ที่จะทิ้งระเบิดโรงไฟฟ้าด้วยคำขู่แบบเดียวกันที่จะโจมตีโรงงานพลังงานในภูมิภาค
แม้ว่าจะไม่มีการยืนยันในทันทีว่าการเจรจาได้เกิดขึ้นตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง แต่กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้กล่าวถึงความคิดริเริ่มในการลดความตึงเครียด
โดยระบุว่า อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่านทบทวนพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซกับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน และตกลงที่จะดำเนินการปรึกษาหารือระหว่างสองประเทศต่อไป
โพลิติโก (Politico) รายงานว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังพิจารณาประธานรัฐสภาอิหร่านอย่างเงียบ ๆ ในฐานะพันธมิตรที่มีศักยภาพ และอาจเป็นผู้นำในอนาคต ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนจากแรงกดดันทางทหารไปสู่การเจรจาเพื่อยุติสงคราม
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวอย่างน้อยบางคนมองเขาว่าเป็นพันธมิตรที่สามารถทำงานด้วยกันได้ ซึ่งอาจเป็นผู้นำอิหร่านและเจรจากับฝ่ายบริหารของทรัมป์ในขั้นตอนต่อไปของสงคราม
แต่ทำเนียบขาวยังไม่พร้อมที่จะเลือกใครคนใดคนหนึ่ง โดยหวังที่จะทดสอบผู้สมัครหลายคนในขณะที่พวกเขามองหาคนที่ยินดีจะเจรจาต่อรอง แหล่งข่าวสองคนซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ เพื่ออธิบายความคิดจากวงในกล่าว
“เขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารคนหนึ่งกล่าว พร้อมเตือนว่ายังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ “เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่มีคุณสมบัติสูงที่สุด…แต่เราต้องทดสอบพวกเขา และเราไม่สามารถรีบร้อนได้”
ข้อตกลงบางส่วนที่บรรลุแล้ว ?
ทำเนียบขาวยืนยันการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับมูนีร์ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการเยือนกรุงอิสลามาบัดของวิตคอฟและคุชเนอร์ ซึ่งแคโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า “นี่เป็นการหารือทางการทูตที่ละเอียดอ่อน และสหรัฐจะไม่เจรจาต่อรอง” “สหรัฐอเมริกาจะไม่เจรจาผ่านสื่อ”
ทรัมป์ได้กล่าวอ้างหลายประการเกี่ยวกับข้อตกลง ซึ่งไม่มีข้อใดได้รับการยืนยันจากเตหะรานอย่างเป็นทางการ
ตามคำกล่าวของทรัมป์ :
1) อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์หรือเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และจะส่งมอบคลังอาวุธที่มีอยู่ทั้งหมด
2) อิหร่านตกลงที่จะ “ลดบทบาทเรื่องขีปนาวุธ”
3) อิหร่านยังตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
“หากพวกเขาดำเนินการตามนั้น มันจะยุติความขัดแย้ง พวกเขาต้องการทำข้อตกลง เราก็ต้องการทำข้อตกลงเช่นกัน หากสิ่งนี้เกิดขึ้น มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับอิหร่านในการฟื้นฟูตัวเอง” ทรัมป์กล่าว
เขากล่าวว่าสหรัฐได้แจ้งอิสราเอลเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่าน “อิสราเอลจะมีความสุขมากกับสิ่งที่เราได้มา สันติภาพสำหรับอิสราเอล สันติภาพระยะยาว สันติภาพที่รับประกันได้”
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวในแถลงการณ์ทางวิดีโอว่า เขาพูดคุยกับทรัมป์และระบุว่าอิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีเลบานอนและอิหร่านต่อไป แต่เนทันยาฮูกล่าวว่า ทรัมป์เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะ “ใช้ประโยชน์จากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) และกองทัพสหรัฐได้รับมา เพื่อบรรลุเป้าหมายของสงคราม โดยเป็นข้อตกลงที่จะรักษาผลประโยชน์ที่สำคัญของเราไว้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
