
รองนายกฯ เอกนิติ เปิดหน้าชี้วิกฤตตะวันออกกลางลากยาว ส่งสัญญาณเลิกตรึงราคาน้ำมัน ย้ำกลไกตลาดโลกคุมไม่ได้ จ่อปล่อยดีเซลทะลุ 33 บาท เล็งงัด “ภาษีสรรพสามิต” ช่วยพยุงซ้ำรอยวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนที่เคยควักงบอ่วม 2.7 แสนล้าน สั่งตั้ง War Room ปราบกักตุน-ปลดล็อกรถขนส่งน้ำมันวิ่ง 24 ชม. แก้โจทย์ปั๊มแถวยาว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ต้องยอมรับว่าไม่มีใครคาดคิดและถือเป็นวิกฤตที่หนักมาก ไม่สามารถรู้ได้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น จบได้รวดเร็วหรือไม่
โดยประเทศไทยมีกองทุนน้ำมัน จึงนำมาใช้เพื่อดูแลราคาน้ำมัน ตรึงราคาไว้ช่วยประชาชนก่อน เนื่องจากวิกฤตในครั้งนี้เผชิญทั้งราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพราะช่องแคบฮอร์มูสเป็นทางออกของก๊าซธรรมชาติทั้งหมด
รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีการกักตุนไว้ใช้ เป็นธรรมชาติของคนเมื่อรู้ว่า ของจะขึ้นราคา ก็ต้องกักตุนไว้ใช้งานก่อน ทำให้สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ ทำอย่างไรให้น้ำมันไม่ขาด ต้องมีน้ำมันเติม โดยการปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่าที่เคยประกาศไว้ ยืนยันว่าไม่ได้ตระบัดสัตย์ แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงของโลกที่ยังรบกันอยู่ในตอนนี้
นายเอกนิติ กล่าวว่า การตรึงราคา 15 วัน เพื่อรับมือสถานการณ์เบื้องต้น แต่ตอนนี้จากการประเมินมองว่าคงไม่ได้จบเร็วขนาดนั้นแล้ว ซึ่งจากการหารือร่วมกับรัฐมนตรีคลังในหลายประเทศ มองว่าหากตรึงราคาไว้จะมีการกักตุน จึงปล่อยให้ราคาขึ้นแบบไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมากนัก เป็นการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดการกักตุน
ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถฝืนตลาดโลกได้เช่นกัน การตรึงราคาเพื่อฝืนตลาดทำไม่ได้แล้ว ต้องปรับราคาตามกลไกตลาดโลกเช่นกัน ผ่านการใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาดูแลประชาชนไม่ให้ราคาขยับเร็วเกินไป และทุกคนต้องช่วยกันปรับตัว เพราะจากประสบการณ์ที่เคยเห็นมา การฝืนตลาดสู้อย่างไรก็แพ้
“แนวโน้มราคาน้ำมันต้องยอมให้กลไกราคาได้ทำงานตามตลาดโลก แต่มีการบริหารจัดการดูแลกลุ่มเปราะบาง ส่วนราคาหากเกิน 33 บาทต่อลิตร ก็ต้องปล่อยตามตลาดโลก เราทำอะไรไม่ได้ ผลิตเองก็ไม่ได้”
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่าโดยขั้นถัดไปในระยะยาว ประเทศไทยมีน้ำมันที่ผลิตจากภาคเกษตร อาทิ น้ำมันปาล์ม เปลี่ยนจากบี 10 เป็นบี 20 อย่างน้อยใช้น้ำมันจากภาคเกษตรเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น เป็นการวางแผนทำงานรับประโยชน์จากราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้น โดยราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปที่แพงขึ้นในตอนนี้ อาจปรับขึ้นไปพอๆ กับมาเลเซีย เพราะต้องพิจารณาราคาตลาดโลกร่วมด้วย
ขณะเดียวกันยังมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทุกวัน ตั้งศูนย์เฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อดูแลและตรวจสอบผู้กักตุนพลังงาน ปราบปรามกลุ่มที่เอาเปรียบประชาชน จากการเติมหน้าปั๊มน้ำมันที่ต้องต่อแถวยาวๆ
โดยหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เนื่องจากน้ำมันดิบมีเพียงพอในการกลั่นใช้ได้อีกกว่า 100 วัน มีการเข้าไปดูว่าการกลั่นเป็นน้ำมันออกมาสามารถทำได้เต็มศักยภาพหรือไม่ หากสามารถทำได้ตามปกติ แล้วสาเหตุที่คนยังต้องต่อแถวเติมน้ำมันอย่างภาพที่เห็นกันเป็นเพราะอะไร
เบื้องต้นเป็นเรื่องของการขนส่ง ทั้งการขนส่งผ่านรถบรรทุกในแต่ละจังหวัด ทางท่อ และทางเรือ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องขนส่งทางเรือ ผนวกกับจุดเติมน้ำมันที่เป็นปั๊มหลอดไม่มียี่ห้อต่างๆ ต้องวิ่งไปเติมจากปั๊มใหญ่เช่นกัน เพราะถูกขายในราคาที่แพงกว่า จึงมีมาตรการราคาขายเท่ากันออกมา รวมถึงน้ำมันที่ใช้ในการประมงมีการเข้ามาเติมจากปั๊มน้ำมันด้วยเช่นกัน ปริมาณความต้องการน้ำมันหน้าปั๊มจึงเพิ่มขึ้น
นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องน้ำมันเถื่อนแทบไม่มีแล้ว เพราะราคาน้ำมันในไทยถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย ที่ปรับราคาขึ้นไปแล้ว ส่วนกลไกการกักตุนพลังงานไว้ก็ยอมรับว่าอาจมีเกิดขึ้น ซึ่งต้องเข้าไปปราบปรามคนกลุ่มนี้ที่เอาเปรียบประชาชน
เพราะหากราคาน้ำมันในไทยต่ำกว่า อาจมีการนำน้ำมันจากไทยลักลอบไปขายในเพื่อนบ้านได้ ซึ่งจะกระทบกับปริมาณน้ำมันในประเทศมากขึ้น จึงต้องบริหารจัดการทั้งระบบ
รวมถึงความกังวลผลกระทบราคาสินค้า ที่แม้ต้นทุนยังไม่ทันขึ้น แต่ราคาสินค้าปรับขึ้นไปก่อนแล้ว เป็นการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปดูแลในส่วนนี้ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวว่า เครื่องมือเดียวที่ใช้ได้ตอนนี้เป็นกองทุนน้ำมัน แต่เมื่อมีรัฐบาลเต็มตัวแล้วจะมีเรื่องภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วย เหมือนช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน เราใช้ทั้งคู่เข้ามาช่วยลดผลกระทบ ทำให้ต้องดูความสมดุลในการใช้เครื่องมือต่างๆ
โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตที่ได้สั่งการให้ศึกษาแล้วว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างไร เนื่องจากต้องประเมินฐานะการคลังร่วมด้วย เพราะในรอบรัสเซีย-ยูเครน ใช้เม็ดเงินเข้าไปดูแลจากทั้งกองทุนน้ำมันและภาษีสรรพสามิตรวมกันกว่า 2.7 แสนล้านบาท และสถานการณ์ในตอนนี้มีรุนแรงมากกว่า จึงต้องดูเรื่องฐานะการคลังร่วมด้วย
“กลไกความต้องการใช้น้ำมันในตอนนี้มีความผิดปกติ เนื่องจากปริมาณการใช้ในแหล่งต่างๆ ที่กระจายอยู่รวมเข้ามาอยู่ที่ปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ หมด ทำให้ต้องพยายามแก้ไขสถานการณ์ อาทิ มีการปลดล็อกเรื่องการขนส่ง อนุญาตให้รถบรรทุกขนส่งน้ำมันได้ตลอด 24 ชม. ไม่ได้กำหนดเฉพาะช่วงเวลากลางคืนแล้ว”
นายเอกนิติ กล่าวในช่วงท้ายว่าไออีเอที่เป็นสมาคมพลังงานทั้งโลก ยังปล่อยสำรองน้ำมันออกมา ทำให้ไทยจึงขอกลับมาสำรองน้ำมัน 1% เท่าเดิม จากที่ต้องสำรองเป็น 3% ในเดือนเม.ย.นี้ โดยตอนนี้คนต้องปรับตัวมากขึ้น เพราะปัญหาเราพูดถึงแค่น้ำมัน แต่ยังมีก๊าสธรรมชาติที่เป็นต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าอีก ซึ่งถือเป็นตัวกระตุ้นให้ทำพลังงานสีเขียวเร็วขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

