
นายกฯ เผยรอตรวจสอบคุณสมบัติ ครม.ชุดใหม่ ประมาณ 1 สัปดาห์ ชี้หากชื่อมีปัญหาเสนอใหม่ต้องใช้เวลานานขึ้น 5 วัน เตรียมนำวิกฤตพลังงานเข้าไปสู่ร่างแถลงนโยบายด้วย ย้ำราคาดีเซลไม่ฝืนกลไลตลาด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยไทม์ไลน์การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตอนนี้รายชื่อบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งใน ครม. ได้ถูกส่งไปตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีใครขัดต่อรัฐธรรมนูญ
และเท่าที่ทราบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งไปอีก 10 กว่าหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ เมื่อแต่ละหน่วยงานตอบมาแล้ว ก็ต้องไปสอบถามจากคณะกรรมการกฤษฏีกา เพื่อทำความเห็นน่าจะใช้เวลาประมาณอีก 1 สัปดาห์
ส่วนที่มีกระแสข่าวทาบทาม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกา มาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปกติการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ไม่ควรนำมาเปิดเผยก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ฉะนั้นจะถามก่อนคงตอบไม่ได้
ส่วนคนที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัตินั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็อาจทำให้กระบวนการแต่งตั้ง ครม.นานขึ้น เพราะเลขาธิการ ครม. บอกว่าถ้ามีปัญหาแล้วต้องยื่นคนใหม่ ก็ต้องตรวจสอบเพิ่มอีก 5 วัน ซึ่งในส่วนพรรคภูมิใจไทย ก็มีการบริหารจัดการรายชื่อ แต่ในส่วนพรรคอื่นไปก้าวก่ายไม่ได้
เมื่อถามว่ากรณีของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่มีชื่อติดโผครม.ด้วยแต่อาจจะมีปัญหาเรื่องคดีความนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่พูดถึงชื่อคน ยังเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถเปิดเผยได้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ร่างแถลงนโยบายว่า จะมีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลในส่วนที่พรรคร่วมดูแลมาบรรจุนโยบายที่เป็นประโยชน์และคิดว่าจะทำ รวมถึงนโยบายอื่นๆ ที่พรรคให้คำมั่นสัญญาไว้ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกพรรคเสนอได้ ซึ่งก็รวมไปถึงวิกฤตในตะวันออกกลาง ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในร่างแถลงนโยบายในส่วนของพลังงานด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลระบุว่าจะไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลเกิน 33 บาทต่อลิตร ว่าไม่มีคำว่าตรึง เมื่อไม่มีคำนี้ก็ไม่มีชนเพดาน โดยต้องดูกลไกตลาด ซึ่งรัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้
ส่วนกองทุนน้ำมันจำเป็นจะต้องกู้เงินเพิ่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เมื่อถามว่า ได้ประเมินหรือไม่ว่าราคาน้ำมันจะไปสิ้นสุดที่กี่บาท นายกรัฐมนตรี หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบคำถาม โดย นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า สถานการณ์ทุกคนเป็นทุกข์กับสถานการณ์ ซึ่งมาจากปัจจัยทางสงคราม รัฐบาลจะมีมาตรการต่างๆออกมา เช่น การประหยัดพลังงาน ประหยัดเชื้อเพลิง
โดยทุกวันนี้รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจว่า ก่อนที่จะมีสถานการณ์สงครามความต้องการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ละเราผลิตได้ 77 ล้านลิตรต่อวัน และขายให้ประเทศประเทศลาวและประเทศเมียนมาร์ รวม 5 ล้านลิตร ซึ่งกำลังการผลิตถือว่าเกินความต้องการ
แต่เมื่อมีปัจจัยความตื่นตระหนก ความกังวล จึงเพิ่มความต้องการเป็น 80 กว่าล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกำลังการผลิต จึงต้องพยายามดึงสถานการณ์การใช้น้ำมันกลับมาให้ได้ โดยรัฐบาลจะพยายามกลับไปจุดเดิมก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ถ้าหากกลับไปได้จะบอกว่าน้ำมันไม่เพียงพอเป็นไปไม่ได้ เพราะถือว่าขณะนั้นการต้องการใช้เป็นไปอย่างปกติ
พร้อมย้ำว่า ปริมาณน้ำมันที่อยู่ในระบบหากไม่รวมความตื่นตระหนกที่เพิ่มปริมาณขึ้น 20 กว่าล้านลิตร ก็จะสามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้คือราคา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในช่วงสงคราม ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดีราคาก็จะลดลง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อเช้าได้รับรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของไทยที่จะเข้ามา ซึ่ง กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาลไทยได้ประสานอย่างเต็มที่กับสถานทูตอิหร่าน ซึ่งเรือน้ำมันสัญชาติไทยก็สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายทุกด้านทั้งการทูต การค้า เพื่อให้ทุกอย่างกลับไปสู่สภาวะปกติ
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หมายความว่ามีโอกาสที่น้ำมันดีเซลจะพุ่งทะลุลิตรละ 50 บาท ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าไม่ทราบ หากใช้อย่างประหยัด อีกทั้งกองทุนน้ำมันก็ยังดูแลอยู่ และการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์สู้รบบริเวณตะวันออกกลาง (ศบก.) ทุกหน่วยงานก็ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีในเรื่องการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีกลไกในการทำงานอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นตามกลไกตลาด เรื่องการควบคุมราคาสินค้าจะเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ รัฐบาลก็ตรึงราคาเท่าที่เราจะทำได้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค เพื่อไม่ให้เกิดการเสียโอกาสและค้ากำไรเกิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

