
แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐร่างแผนการเจรจา 15 ข้อ ส่งไปยังอิหร่านเพื่อยุติการสู้รบ โดยมีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ด้านอิสราเอลยืนยัน จะยังโจมตีต่อไปแม้สหรัฐเริ่มเจรจา ขณะที่แหล่งข่าวอิหร่านระบุว่า มีการติดต่อกัน และเตะหะรานยินดีรับฟังข้อเสนอที่ยั่งยืน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวซึ่งระบุว่า สหรัฐร่างแผนเจรจา 15 ข้อ เพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน เน้นย้ำถึงความพยายามแก้ไขความขัดแย้งที่เร่งด่วนขึ้นของรัฐบาลภายใต้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เนื่องจากความเสียหายทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น
ทรัมป์กำลังผลักดันการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติการสู้รบ แต่ความพยายามดังกล่าวถูกบดบังด้วยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโครงสร้างการเจรจา ผู้เข้าร่วมการเจรจาฝ่ายอิหร่าน และโครงสร้างของข้อตกลงที่จะเกิดขึ้น
แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า แผนเจรจา 15 ข้อ ถูกส่งไปยังอิหร่านผ่านทางปากีสถาน โดยรายละเอียดของข้อเสนอทั้ง 15 ข้อยังไม่ชัดเจน ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่า ข้อตกลงใด ๆ ก็ตามกับอิหร่าน จะต้องรวมถึงการห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ หรือการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อวัตถุประสงค์ทางพลเรือน
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เป็นผู้รายงานเรื่องแผนเจรจา 15 ข้อเป็นครั้งแรก
หลังจากที่สหรัฐขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ทรัมป์ออกมากล่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ว่า จะเลื่อนการโจมตีออกไป 5 วัน เพื่อให้มีเวลาสำหรับการเจรจา โดยอ้างถึงจุดสำคัญที่เห็นพ้องร่วมกันกับอิหร่าน อย่างไรก็ดี อิหร่านและอิสราเอลยังไม่มีท่าทีจะยุติความขัดแย้ง โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลยืนยันว่า จะยังโจมตีอิหร่านต่อไป แม้ทรัมป์จะอ้างว่ามีการเจรจา
ทรัมป์ระบุว่า สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ รวมถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มีส่วนร่วมในการเจรจาที่เข้มข้น แต่ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐกำลังเจรจากับใคร ขณะที่ปากีสถานเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย
นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า รัฐบาลทรัมป์สั่งการให้กองพลทหารราบที่ 82 ส่งกำลังทหารประมาณ 2,000 นายไปยังตะวันออกกลาง
ทรัมป์ยังกล่าวอย่างภูมิใจว่า สหรัฐอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการเจรจา หลังจากปฎิบัติการทางทหารหลายวันซึ่งทำลายขีปนาวุธ แท่นยิง และเรือของอิหร่าน
อีกด้านหนึ่ง ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวชาวอิหร่านซึ่งระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการ ‘ติดต่อ’ ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งริเริ่มโดยสหรัฐเอง แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะเรียกว่าเป็นการเจรจาอย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นการรับข้อความผ่านคนกลาง เพื่อวางกรอบว่าสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้หรือไม่ และอิหร่านยินดีรับฟังข้อเสนอที่ยั่งยืน
“ข้อเสนอที่กำลังพิจารณาอยู่ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การหยุดยิงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน” แหล่งข่าวกล่าวเสริมพร้อมระบุว่า อิหร่านไม่ได้เรียกร้องขอพบปะหรือเจรจาโดยตรงกับสหรัฐ แต่ยินดีรับฟังหากมีแผนการเจรจา เพื่อข้อตกลงที่ยั่งยืนซึ่งจะรักษาผลประโยชน์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านไว้ได้
แหล่งข่าวเน้นย้ำว่า อิหร่านพร้อมรับประกันว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่มีสิทธิในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างสันติ และข้อเสนอใด ๆ จะต้องรวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่านด้วย
บลูมเบิร์กระบุว่า สงครามอิหร่าน นำไปสู่ราคาน้ำมัน ก๊าซ และสินค้าอื่น ๆ ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นจากด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอิหร่านโจมตี
นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์
หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เรียกร้องให้อิหร่านเข้าร่วมการเจรจาโดยเร็วที่สุด ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน
ด้าน มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย เรียกร้องให้ทรัมป์ทำสงครามต่อไป โดยมองว่าเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิภาคนี้ อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ซึ่งอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
