อนุทิน สั่งการ ปชช.ต้องมีน้ำมันเดินทางสงกรานต์ มั่นใจจะฝ่าวิกฤตไปได้

อนุทิน กำชับ ปชช.ต้องมีน้ำมันเดินทางสงกรานต์ เชื่อจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้

นายกฯ กำชับ ปชช.ต้องมีน้ำมันเดินทางช่วงสงกรานต์ สั่งราคาน้ำมันหน้าคลังห้ามเกินโรงกลั่น พร้อมเดินหน้าเช็กบิลกักตุนน้ำมันเหตุโทษสำเร็จแล้ว เชื่อฝีมือทีมบริหารฝ่าวิกฤตครั้งนี้ได้ เผยถอยรถยนต์ไฟฟ้าขานรับมาตรการชี้ช่วยประหยัดน้ำมัน-ลดควันพิษ ก่อนซิ่งโชว์สื่อไปไปหาหมอ 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อขึ้นรถยนต์ รุ่น​ BYD Sealion 7​ สี​ Shark Grey​ ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามจะขับเองหรือไม่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขับเองจะเดินทางไปหาหมอ

เมื่อถามต่อว่า ความรู้สึกเป็นอย่างไรเมื่อหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จองรถมาเกือบเดือน ตอนที่มีการออกมาตรการไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า ยังใช้ไม่ค่อยเป็น เดี๋ยวต้องหัดขับหน่อย กดปุ่มไปกดปุ่มมา

ส่วนการชาร์จไฟหนึ่งครั้งเพียงพอหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาจะมีเครื่องชาร์จมาให้

เมื่อถามว่า สีนี้เป็นสีมงคลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยิ้มและหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “จริงๆ ชอบสีนี้อยู่แล้ว”

Advertisement

เมื่อถามว่า อยากจะเชิญชวนประชาชนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าทําได้ก็ดี เพราะประหยัดและตอนนี้มีเรื่องของน้ำมัน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่พ่นควันพิษ ซึ่งก็ต้องค่อยๆ ปรับ

Advertisememt

จากนั้น นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการประชุมทีมเศรษฐกิจ เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงาน ว่า มีหลายเรื่องขอให้รอที่ประชุมพลังงาน ซึ่งจะเป็นการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน

นายอนุทิน ระบุอีกว่า ต้องเริ่มจากเรื่องที่เรากังวลที่สุดก่อน คือ จะมีน้ำมันใช้หรือไม่ วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่าแล้ว เกือบเดือน ก็มีความชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาดจากประเทศไทย กำลังการผลิตก็ยังผลิตได้อย่างเต็มที่ แต่ส่วนที่จะลักลอบเกร็งกำไร

ตนเองได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจ พร้อมยอมรับว่านึกไม่ถึงว่าคนจะทำผิดกฏหมาย ทั้งที่ประเทศมีความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ และตนได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบ ที่ขณะนี้ลากไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมแล้ว และจะยังเข้ามาเรื่อยๆ และเมื่อวานก็มีข่าวที่เป็นบวก

ซึ่งมีการส่งรายชื่อเรือของไทย ที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้า จากทางอิหร่าน ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตนได้ติดตามว่าผ่านมาจริงหรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้ทางคลังกับโรงกลั่นน้ำมัน ต้องประกาศราคา หน้าคลังห้ามสูงเกินโรงกลั่น ตามมาตรา 8 ใช้บังคับ ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตาม ซึ่งก็ลอยตัวตามกลไก เพราะฉะนั้นเรื่องการลักลอบ ก็จะลดลงโดยธรรมชาติ แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ความผิดสำเร็จไปแล้วก็ต้องไปดำเนินการ มีรายชื่อ มีการตรวจและสืบขยายผลเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า สามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้หรือไม่ว่าช่วงสงกรานต์นี้ จะมีน้ำมันเดินทางกลับภูมิลำเนา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ได้แจ้งกับที่ประชุม ศบก. ไปแล้วว่าเป้าหมายคือ ประชาชนจะต้องไม่มีปัญหาในการเดินทางไปกลับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันนี้ได้สั่งการไปแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วได้มีการดำเนินการตามนี้อยู่แล้ว

ตอนนี้เมื่อเราลดความตระหนกลง และจะมีการไล่จับกุม พวกที่กักตุน ซึ่งไม่ใช่ไอ้โม่งเพราะเห็นๆกันอยู่ เพราะการกักตุนไม่ใช่แค่ 50 ลิตรหรือ 100 ลิตร แต่ต้องใช้คลัง หากไปตรวจเจอว่ามีการใช้มากกว่าทั่วไป ก็โดน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กำลังดำเนินการอยู่

ขณะเดียวกันเราก็ขยับกลไก ทำให้ราคาสมเหตุสมผล สมัยก่อนเราไปเติมในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนนี้ตนต้องยอมรับ ว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชนก่อน โดยให้พยุงราคาใน 2 สัปดาห์แรก โดยใช้กองทุนน้ำมัน เพื่อไม่ให้ประชาชน รู้สึกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่เมื่อครบ 2 สัปดาห์ เราก็มีมาตรการใหม่

ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ ก็ต้องไปดูเรื่องการควบคุมราคาสินค้า ส่วนกระทรวงการคลังตนก็ได้เชิญมาสั่งการ ย้ำว่าวันนี้เป็นการสั่งการ ไม่ใช่การขอร้อง ว่าจะต้องไปหามาตรการช่วยเหลือ ทั้งภาษีสรรพสามิต การกลั่น รวมถึงภาษีต่างๆ ที่สามารถช่วยได้ แบ่งไปยังเซกเตอร์ต่าง ๆ ทั้งการขนส่งสินค้า ขนส่งคน ขนส่งน้ำมัน ดูให้ครบให้มากที่สุด ซึ่งได้รับนโยบายตนไปหมดแล้ว หลังจากนี้ก็จะมีการแถลงข่าวออกมา

ส่วนต้องกลับไปย้ำมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมก่อนหน้านี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เป็นมาตรการปกติ ซึ่งหากทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในที่ทำงานด้วย หากสามารถเวิร์คฟอร์มโฮมได้ ก็เวิร์คฟอร์มโฮม แต่หากทำไม่ได้ ก็เข้าใจได้ ที่สำคัญคืออยากให้ตระหนัก ว่าแม้เราจะไม่ได้มีปัญหาการนำเข้าน้ำมันดิบ หรือการส่งน้ำมันเข้าในระบบทุกวัน แต่เราควรตระหนักว่าสถานการณ์โลกในตอนนี้ ไม่รู้จะยุติเมื่อไหร่ จะมีการตอบรับการเจรจาทั้งคู่หรือไม่

ดังนั้นเราต้องมาพึ่งพาตนเอง ใช้ให้ประหยัดลง ทุกวันนี้เราก็ได้บอกไปทุกหน่วยงาน ว่าให้ช่วยประหยัดพลังงาน วันนี้เราใช้ 67 ล้านลิตรต่อวัน ยังอยู่ในภาวะปกติ ตอนนี้เพิ่มมาเป็นกว่า 80 ล้านลิตร มีคนบอกว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เห็นว่าราคาน้ำมันเขาถูกกว่า จึงเข้ามาเติม หรือ มีความกังวล จึงสำรองไว้ ไม่ใช่กักตุน

ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ต้องกังวล มันมีเพียงพอ หากเรากลับมาใช้ที่ 67 ล้านลิตรต่อวันได้ เท่ากับว่าเรายังไม่ต้องทำอะไรเลย ยังเป็นเหมือนสถานการณ์วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในสถานการณ์แบบนี้ สามารถใช้จนลงไปเหลือ 55 ล้านลิตรต่อวัน ตนว่าสามารถทำได้ จะทำให้การใช้พลังงานลดลงโดยไม่มีผลกระทบอีก ก็จะสามารถควบคุมค่าครองชีพได้หมด

ส่วนจะต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้ประชาชนเชื่อมั่นได้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็พยายาม รับรองได้ว่าทุกคนทำงานกันหมด แต่บางครั้งหากมัวแต่ไปตอบโต้ ก็ไม่ต้องทำงาน หรือไปหวั่นไหวกับคำวิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่เคยมั่นใจว่าทำถูก ก็อาจจะเกิดความไขว้เขวและไม่ทำ ทุกวันนี้เราระดมสมอง มีบุคลากรที่มีประสบการณ์จากภายนอก หรือจากภาคเอกชนเราก็รับฟัง แม้กระทั่งในสภาเราก็รับฟัง ตรงไหนที่ทำได้ เราทำหมดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า จะพิจารณาเป็นภาวะฉุกเฉินหรือไม่นายกรัฐมนตรี ส่ายหน้า ก่อนขึ้นรถ

ผู้จะข่าวจึงถามย้ำว่า เมื่อเจอเรื่องหินแบบนี้ เครียดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ธรรมดา แต่เรามีกลไกรัฐ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ ในการบริหารสถานการณ์วิกฤต เราต้องผ่าน มั่นใจว่าเราต้องผ่านไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง