Hermès แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอานม้า (Saddlery)และเครื่องหนังมาตั้งแต่ปี 1837 ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล และการที่ Hermès ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการรองพื้นเป็นครั้งแรกก็ไม่ต่างกัน ต้องยอมรับว่าตอนที่ทราบข่าวว่า Hermès จะเปิดตัวรองพื้นรุ่นแรก ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นมาก เพราะการก้าวเข้ามาในเกมเมกอัพของแบรนด์ระดับเมซงนั้นเป็นเรื่องสุดท้าทาย แต่ Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ก็พิสูจน์แล้วการรอคอยที่ยาวนานก็คุ้มค่าเสมอ
ประเด็นสำคัญ
ภายใต้การดูแลของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Gregoris Pyrpylis รองพื้นขวดนี้ไม่ได้พยายามแข่งขันกับใคร แต่เลือกที่จะนิยามคำว่า ‘แมตต์’ ใหม่ทั้งหมด โดยทำให้เป็น Luminous Matte ที่ผิวยังมีมิติและดูมีชีวิตชีวา ไม่แห้งตึง ไม่ดร็อประหว่างวัน และไม่ทำให้ผิวดูแบน ด้วยเบสสกินแคร์สูงถึง 82% ผสาน White Mulberry Extract ที่ปกป้องผิวจากมลภาวะและฟื้นฟูความยืดหยุ่น, Hyaluronic Acid เติมความชุ่มชื้นตลอดวัน และ Niacinamide ที่ค่อยๆ ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้สม่ำเสมอ

มีจุดเด่นจากส่วนผสมสกินแคร์สูงถึง 82%
จุดที่น่าสนใจที่สุดของสูตรรองพื้นรุ่นแรกคือการที่ Hermès เลือกให้สกินแคร์เป็นแกนหลัก โดยมีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% และมีเม็ดสีเพียง 12% ซึ่งทำให้เนื้อสัมผัสบางเบาผิดคาด เกลี่ยลื่นและกลืนเข้ากับผิวในไม่กี่วินาที ให้ฟีลเหมือนมีผิวชั้นที่สอง (Second Skin Effect) มากกว่าจะรู้สึกว่ามีอะไรโปะทับอยู่บนหน้า
Hero Ingredient ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เสมอมาในหลายๆ ผลิตภัณฑ์คือ White Mulberry Extract หรือสารสกัดจากหม่อนขาว (Morus alba L.) ที่ทำหน้าที่เป็น Antioxidant ชั้นเลิศ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและฟื้นฟูความยืดหยุ่น ควบคู่กับ Hyaluronic Acid ที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิวเราตลอดวัน และ Niacinamide ที่ค่อยๆ ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้สม่ำเสมอ พอรวมกันแล้วรู้สึกได้เลยว่านี่คือรองพื้นที่มอบการดูแลผิวไปพร้อมๆ กันเป็นทีม หนึ่งสิ่งที่ต้องรู้ไว้ก่อนใช้คือ สัดส่วนสกินแคร์สูง เนื้อผลิตภัณฑ์จึงมีการแยกชั้นกันตามธรรมชาติ ก่อนใช้รองพื้นจึงต้องเขย่าขวดก่อนทุกครั้งด้วยนะ

15 เฉดสีที่เข้าใจผิวเอเชีย
รองพื้น Hermès ทำออกมาทั้งหมด 34 เฉดสี และสำหรับไทยกับตลาดเอเชียคัดมาแล้ว 15 เฉดที่ตอบโจทย์ที่สุด แบ่งตามอันเดอร์โทน Cool (C), Neutral (N) และ Warm (W) สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษคือโทน Neutral ที่บาลานซ์ระหว่างเม็ดสีชมพูและเหลืองได้อย่างลงตัว ไม่ทำให้หน้าเทาหรือดร็อปตลอดวัน ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนเจอกับรองพื้นราคาสูงบางเจ้าอยู่เหมือนกัน
ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบโดย Pierre Hardy ก็ไม่น้อยหน้า ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมตัดกับฝาโลหะประดับตรา ex-libris สีทอง วางบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วสวยมากจนเหมือนเป็นไอเท็มเก๋ๆ แต่งโต๊ะเครื่องแป้งได้เลย

จับคู่กับไพรเมอร์เพื่อที่สุดของความลงตัว
ถ้าอยากได้งานผิวที่โปรที่สุด Hermès แนะนำให้เริ่มด้วย Perfecting Primer ไพรเมอร์เนื้อฟลูอิดที่ช่วยคุมมันและเบลอรูขุมขนให้ดูซาติน (สำหรับสาวผิวแห้ง ลองลงเฉพาะ T-Zone ดูก่อน)

เก็บงานด้วย Le Perfecteur Brush แปรงทรงตัดเฉียงที่ได้แรงบันดาลใจจากกีบม้า ขนแปรงนุ่มไม่กินเนื้อรองพื้น เกลี่ยได้เนียนและประณีตกว่านิ้วมือชัดเจน

ราคา: Luminous Matte Skincare Foundation 4,900 บาท, Perfecting Primer 3,900 บาท, Le Perfecteur Brush 4,800 บาท ที่เคาน์เตอร์ Hermès Beauty ทุกสาขา
