
ทวีแนะนำภาษีสรรพสามิตหนุนกองทุนน้ำมัน ขอเลิกยืมจมูกคนอื่นหายใจ ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ใช้ปาล์มแทนน้ำมันใต้ดิน
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม โดยประธานในที่ประชุมได้ให้ผู้เสนอญัตติแสดงความคิดเห็น โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ อภิปราย ว่า เรื่องน้ำมันระยะแรก เสนอให้นำภาษีสรรพสามิตมาช่วยอุดหนุนกองทุนน้ำมัน เพราะรัฐถูกมองว่าทุจริต เมื่อเก็บภาษีไปประชาชนไม่ไว้วางใจ และกลัวว่าจะกระจุกตัว
และการเอาค่าใช้จ่ายทิพย์ หรือการอ้างอิงราคาน้ำมันจากประเทศสิงคโปร์ โดย รมว.พลังงานพูดว่าให้เอาภาษีลาภลอยมาใช้ ซึ่งควรเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมัน นอกจากนี้ เราต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน ที่ผ่านมายืมแต่จมูกคนอื่นหายใจ วันนี้ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานโดยใช้ปาล์มแทนน้ำมันใต้ดิน คือการใช้ปาล์ม และกรรมาธิการได้ศึกษา B100 มี 11 ล้านลิตร แต่นำไปผสมแค่ 3 ล้านลิตร
ซึ่งเชื่อว่าหากเราสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารทางเกษตร เงินก้อนนี้ไม่วิ่งไปต่างประเทศ แต่จะกลับมาวิ่งในประเทศ ดังนั้น ควรมีวิสัยทัศน์ในอนาคต ที่จะใช้ในส่วนนี้
ส่วนเรื่องไฟฟ้า ที่ทราบตอนนี้เราผลิต 30% ส่วนอีก 70% ไปจ้างเอกชน ทั้งที่เราต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำมาก และยังมีการใช้พลังงานน้ำด้วย วันนี้ต้องกล้าหาญที่จะนำกฎหมายมายึดคืนการผลิตจากเอกชนหากครบกำหนด

นอกจากนี้ ยังพบว่าคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติได้นำไฟฟ้าจากโรงแก๊ส ไปใช้กับการผลิตเคมีภัณฑ์ แทนที่จะนำมาใช้กับครัวเรือน ซึ่งทำให้ผู้ผลิตที่มีศักยภาพมาแย่งทรัพยากรของประชาชน ตนจึงขอให้คณะกรรมการจัดการประชุมใหม่ และกลับไปใช้รูปแบบเดิม หากนำต้นทุนเชื้อเพลิงที่นำมาจากโรงงานแก๊สที่อยู่ในอ่าวไทยมาผลิตไฟฟ้าให้ใช้ในครัวเรือนราคาค่าไฟจะลดลงอีก 50 สตางค์ และค่าไฟก็จะไม่เกิน 3 บาท
และอีกประการคือเรื่องปุ๋ย ประเทศไทยเราโชคร้าย เพราะเกษตรกรกว่า 70% ต้องใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งปีนึงใช้ประมาณ 6 ล้านตัน ส่วนใหญ่นำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกกลาง วันนี้ถึงเวลาแล้วที่อาจต้องมาศึกษา ทบทวน แห่งชาตินำมาใช้แก้ไขปัญหานี้ ซึ่งหากนำมาใช้เราจะเป็นมหาอำนาจทางเกษตร
นอกจากนี้ การสำรวจของสำนักงานสถิติฯ ประชาชนอยากให้ปรับโครงสร้างเรื่องหนี้ จึงฝากไปถึงแบงก์ชาติและกระทรวงการคลัง หลายคนมองว่าอยู่กับประชาธิปไตย แต่กฎหมายแพ่งกำหนดคิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 แต่กลับไปยอมรับประกาศปฏิวัติ อนุญาตให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยได้ถึงร้อยละ 25-28% ซึ่งมองว่าเป็นการขูดรีด และต้องมีการช่วยฟื้นฟูลูกหนี้ ซึ่งตนอยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาศึกษา เพื่อแก้ไขความทุกข์ของพี่น้องประชาชน
ปก : แฟ้มภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

