นักเศรษฐศาสตร์เผย ภาษีทรัมป์เพิ่มจีดีพี 0.1% แต่หนุนรายได้รัฐบาล

นักเศรษฐศาสตร์เผย ภาษีทรัมป์เพิ่มจีดีพี 0.1% แต่หนุนรายได้รัฐบาล

งานศึกษาของ บรุ๊กกิ้งค์อินสทิทูต โดย ปาโบล ฟายเกลบอม นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแอนเจลิส และ อมิต คันเดลวาล นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล ชี้ว่า มาตรการภาษีต่างตอบแทนของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศเพียงเล็กน้อย อยู่ที่ตัวเลขเพิ่มขึ้น 0.1% ถึงตัวเลขติดลบ 0.13% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) โดยขึ้นอยู่กับสมมติฐานเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงระหว่างอุปสงค์และอุปทานภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี มาตรการภาษีช่วยเพิ่มรายได้ของรัฐบาลกลางอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ค่าจ้างในบางอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น อีกทั้ง มาตรการภาษีมีส่วนทำให้สหรัฐกับจีนแยกตัวทางการค้ามากขึ้น โดยสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนมาในสหรัฐลดลงเหลือเพียง 7% ในเดือนธันวาคม 2025 จาก 23% ในเดือนธันวาคม 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ทรัมป์จะดำเนินมาตรการภาษีต่อจีนเมื่อที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยแรก

และระบุด้วยว่า ผลกระทบของราคาสินค้า ซึ่งเป็นมูลค่ารวมจากภาษี อยู่ในระดับสูงที่ 80% ถึง 100% แสดงให้เห็นว่าหากตัวเลขอยู่ที่ 90% มีเพียง 10% ของต้นทุนภาษีที่สูงขึ้น ที่ผู้ส่งออกสินค้าไปที่ต่างประเทศเป็นผู้รับภาระ

นอกจากนั้น อัตราภาษีเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 80 ปี ที่ตัวเลข 9.6% จาก 2.4% ทั้งนี้ อัตราภาษีที่นำมาใช้จริงยังต่ำกว่า และกระทบเพียงสัดส่วนเล็กของจีดีพี โดยประมาณ 57% ของสินค้านำเข้าในสหรัฐยังคงปลอดภาษี เนื่องจากข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ เม็กซิโกและแคนาดา ตลอดจนมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับพลังงานและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทยังคงมีผลบังคับใช้

Advertisement

พร้อมเปิดเผยว่า รายได้จากภาษีที่จัดเก็บได้ในปี 2025 อยู่ที่ 264,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 4.5% ของรายได้รวม เทียบกับประมาณ 1.6% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี งานวิจัยไม่พบหลักฐานว่าภาษีช่วยเพิ่มการย้ายห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศพันธมิตรของสหรัฐ ช่วยเพิ่มการจ้างงานในภาคการผลิต หรือช่วยลดการขาดดุลการค้าโดยรวมของประเทศ