แคนดิเดต รมว.พลังงาน ชง 3 แนวทางแก้วิกฤตพลังงาน ฮึ่ม ขรก.ไม่ต้องเกรงใจเอกชน

แคนดิเดต รมว.พลังงาน ชง 3 แนวทางแก้วิกฤตพลังงาน ฮึ่ม ขรก.ไม่ต้องเกรงใจเอกชน

เอกนัฏ เสนอ 3 แนวทางรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง เปิดข้อมูลคลัง-ลดเก็บภาษีบางส่วน-สร้างคลังสำรองของประเทศไทย แนะ รมต.อย่าฟังข้อมูล ขรก.เยอะต้องฟังเสียง ปชช. ฮึ่ม ก.พลังงาน ไม่ต้องเกรงใจ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ว่าที่แคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย ถึงแนวทางเร่งด่วนการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ว่า มี 3 เรื่องที่ต้องทำคือ 1.) แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่น้ำมันหน้าปั๊มไม่มีเติม

โดยให้กระทรวงพลังงาน นำข้อมูลสต็อกน้ำมัน ปริมาณการกลั่นและการขนส่ง รวมถึงข้อมูลปริมาณน้ำมันจริงหน้าปั๊ม ออกมาเปิดเผย เพราะจากข้อมูลขณะนี้พบว่าก็มีการรั่วไหลออกไป ฉะนั้นหากเปรียบเป็นก๊อกน้ำเปิดเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม

ดังนั้นหากนำข้อมูลออกมาเปิดเผยและเมื่อประชาชนทราบสถานการณ์ก็จะได้ช่วยกันดู

2.) แก้ที่ กองทุนน้ำมัน มองว่ากองทุนน้ำมันวันนี้ควรใช้ชั่วคราวในช่วงแรก แต่วันนี้เปรียบเสมือนการใช้เพื่อถาวร และทำให้ความรู้สึกประชาชนถูกบิดเบือนออกไปทำให้ผู้คนหลงประเด็น ซึ่งเป็นการใช้เงินในอนาคต

Advertisement

สิ่งที่รัฐบาลควรจะเข้ามาช่วยดู คือ การเก็บภาษีสรรพสามิต ควรจะลดลงบางส่วนหรือไม่ รวมถึงที่บอกว่าการอิงราคาสิงคโปร์ในความเป็นจริงควรจะต้องแฟร์ๆ

นายเอกนัฏ ระบุว่า ต้นทุนเก่าที่นำมากลั่น หากเป็นตนเข้ามา จะเรียกโรงกลั่นและเอกชนมาคุยว่าควรต้องแบ่งเบาภาระประชาชนหรือไม่ ซึ่งต้องเอาต้นทุนมากางดู ไม่เช่นนั้นเงินกองทุนน้ำมันที่นำออกมาใช้ ส่วนหนึ่งก็จะเป็นการช่วยเหลือชาวบ้าน แต่อีกฉากหนึ่งก็จะไปอยู่ที่กำไรของบริษัทเอกชนหรือไม่

Advertisememt

3.) เรื่องการสำรองน้ำมัน แทนที่จะไปจ่ายให้เอกชนสำรอง เราควรสร้างคลังสำรองของประเทศไทยเองเพื่อรับมือหากเกิดสถานการณ์วิกฤต

เมื่อถามถูกว่า ช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะมีการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมันออกจากประเทศไทยจำนวนหนึ่งหรือไม่ นายเอกนัฏ ยืนยันว่า ตนก็เชื่อเช่นนั้นว่ามี เพราะจะเป็นไปได้อย่างไรหากนำน้ำมันออกมาจากระบบ 80 กว่าล้านลิตรและมากกว่าปกติ แต่ยังพบว่าประชาชนยังคงต้องรอคิวเติมน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันบอกว่าถูกรลดโควตา หากถามว่าไปไหนมีอยู่ 2 อย่าง คือไม่กักตุนก็ต้องรั่วออกไป

เมื่อถามว่า สถานการณ์เป็นเช่นนี้ กระทรวงพลังงานเกรงใจใคร นายเอกนัฏ ระบุว่า ท่านต้องมีความกล้า และต้องจำไว้ในใจว่า อย่าเชื่อข้อมูลที่ถูกรายงานมาจากเจ้าหน้าที่ มากกว่าข้อมูลที่ได้รับจากประชาชน เพราะตนเคยมีประสบการณ์ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ทำงานจับเหล็กเถื่อนและทุนเทา ตอนนั้นตนได้รับข้อมูลจากชาวบ้าน เพราะหากไปถามเจ้าหน้าที่ก็จะได้รับรายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหมด

“วันนี้กระทรวง ต้องถึงเวลาออกไปตรวจสอบจริงจัง ไม่ใช่เกรงใจใคร”

เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงาน จะเกรงใจใครหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า ไม่ว่าตนอยู่ที่ไหนก็เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว อย่างสมัยอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่เกรงใจใครจนถูกฟ้องและถูกร้อง

เมื่อถูกถามว่า ขอให้รีบเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเร็วๆ ซึ่งขณะนี้สังคมรู้หมดแล้ว นายเอกนัฏ ระบุว่ารู้ก็ดีครับ และให้ทางกระทรวงรู้ไว้ด้วยก็ดี ว่าจะต้องเจออะไร”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง