
เว็บไซต์อิรวดี รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม กลุ่มจัสติซฟอร์เมียนมา หรือเจเอฟเอ็ม (JFM) ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่า ครอบครัวของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ได้ซื้อบ้านสุดหรูมูลค่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 98.5 ล้านบาท ย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายไทย ที่ห้ามชาวต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดิน หรือบ้าน ในประเทศ
รายงานระบุว่า การที่ครอบครัวของหัวหน้าคณะรัฐบาลทหารเมียนมา ซื้อที่พักอาศัยในไทยดังกล่าว ยังเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับความพยายามของรัฐบาลไทยที่อ้างว่า ต้องการปราบปรามการซื้อขายคอนโดมิเนียมในไทย โดยชาวเมียนมาอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ทางการไทยได้มีการจับกุมชาวเมียนมา 4 คน ที่ซื้อและขาย คอนโดมิเนียมในไทย โดยกล่าวหาว่าชาวเมียนมาเหล่านี้สร้างความไม่เสถียรในตลาดสกุลเงินของเมียนมา ที่เปิดบัญชีธนาคารในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางเมียนมา
เว็บไซต์อิรวดีรายงานว่า ผลจากการสอบสวน เจเอฟเอ็ม ระบุว่า บ้านพักดังกล่าวถูกขายให้กับครอบครัวของหัวหน้าคณะรัฐบาลทหารเมียนมา โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของไทยรายหนึ่งที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยผู้ดำเนินการซื้อขายคือ นายตุน มิน ลัต นายหน้าค้าอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับคณะรัฐบาลทหารและคนสนิทของมิน อ่อง ลาย
ทั้งนี้ นายตุน มิน ลัต ถูกจับกุมตัวพร้อมกับผู้ช่วยอีก 3 คน ในประเทศไทย เมื่อปี 2565 ข้อหาเกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติด ฟอกเงิน และอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อนที่จะได้รับการยกฟ้องเมื่อปี 2567
เจเอฟเอ็มระบุว่า บ้านพักสุดหรูในไทย ถูกซื้อในนามของเมียว ยาดานา ฮไตค์ ลูกสะใภ้ของมิน อ่อง ลาย ซึ่งเป็นภรรยาของออง ปยา โซน บุตรชายของมิน อ่อง ลาย เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและแคนาดาที่มีต่อออง ปยา โซน โดยเมียว ยาดานา ฮไตค์ ยังไม่ถูกคว่ำบาตรในเขตอำนาจศาลใดๆ เลย จึงทำให้เกิดช่องโหว่ที่ทำให้ครอบครัวของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
รายงานระบุว่า บ้านพักที่ครอบครัวของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาซื้อนั้น มีเนื้อที่ 451 ตารางเมตร ในโครงการสุดหรูบนถนนพระราม 9 ซึ่งเจเอฟเอ็ม ระบุว่า บริษัทเจ้าของโครงการได้ปกปิดตัวตนของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยดังกล่าว และแหล่งที่มาของเงินทุน ทำให้ครอบครัวของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา สามารถหลีกเลี่ยงข้อห้ามทางกฎหมายของไทยที่ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินได้
รายงานระบุว่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยที่ดินของไทย ได้ห้ามชาวต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดิน หรือบ้านในประเทศไทย แต่ภายใต้พระราชบัญญัติคอนโดมิเนียม ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารคอนโดมิเนียมได้
ซึ่งเจเอฟเอ็ม ระบุว่า ออง ปยา โซน และเมียว ยาดานา ฮไตค์ ได้ซื้อบ้านหรูแห่งนี้ จากความช่วยเหลือของสำนักงานกฎหมายอิสระแห่งหนึ่งในไทย โดยแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ระบุด้วยว่า ตุน มิน ลัต เป็นผู้เจรจาซื้ออสังหาริมทรัพย์กับบริษัทเจ้าของโครงการ ในนามของลูกชายและลูกสะใภ้ของผู้นำทหารเมียนมา และช่วยจัดการโอนเงินที่ใช้ในการซื้อบ้านพัก ให้แก่บริษัทอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ เจเอฟเอ็ม ได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลไทยตรวจสอบการซื้อบ้านของครอบครัว มิน อ่อง ลาย และกิจกรรมของผู้ที่อำนวยความสะดวก รวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับเรียกร้องให้ทางการไทย ยึดทรัพย์สินของครอบครัวผู้นำเมียนมาในประเทศไทย
นอกจากนี้ เจเอฟเอ็ม ยังได้เรียกร้องให้สหรัฐ อังกฤษ สหภาพยุโรป (อียู) แคนาดา และออสเตรเลีย ปิดช่องโหว่การคว่ำบาตร โดยกำหนดให้ เมียว ยาดาดา ฮไตค์ และคยู คยู ฮลา ภรรยาของมิน อ่อง ลาย อยู่ในขอบเขตของการคว่ำบาตรด้วย
ยาดานาร์ หม่อง โฆษกของเจเอฟเอ็ม กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่อาชญากรสงคราม อย่างมิน อ่อง ลาย ก่อการร้ายต่อประชาชนเมียนมาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย แต่ครอบครัวของเขา กลับสามารถนำทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ มาลงทุนในประเทศไทยได้ และรัฐบาลไทย ก็ล้มเหลวในการป้องกันการหมุนเวียนของเงินผิดกฎหมาย ที่มาจากสมาชิกของคณะรัฐบาลทหาร ครอบครัว และพรรคพวก และในการสกัดกั้นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ผิดกฎหมายของพวกเขา
ทั้งนี้ ในบรรดาสิ่งของที่เจ้าหน้าที่ไทยยึดได้ ระหว่างการจับกุมตุน มิน ลัต ในไทย เมื่อปี 2565 นั้น มีเอกสารสิทธิในคอนโดมิเนียม 4 ห้องนอน มูลค่าเกือบ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการแห่งหนึ่งที่พระราม 9 ซึ่งเป็นของ ออง ปยา โซน และสมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ 2 เล่ม ของ ขิ่น ทรีรี เธต มน บุตรสาวของมิน อ่อง ลาย
ในปี 2566 มิน อ่อง ลาย ได้ขอร้องเจ้าหน้าที่ไทยเป็นการส่วนตัว ให้ถอนชื่อบุตรสาวของเขาออกจากคดีความที่ฟ้องร้องต่อ ตุน มิน ลัต ด้วย




