
ทำเนียบขาวเผยกำหนดการใหม่ของทรัมป์ ซึ่งจะเดินทางเยือนจีนวันที่ 14-15 พฤษภาคม หลังจากที่ต้องเลื่อนเพราะสงครามอิหร่าน โดยคาดว่า จะมีการหารือในประเด็นสงครามการค้า และข้อพิพาทเกาะไต้หวัน รวมถึงผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะจบก่อนการเยือนครั้งนี้หรือไม่
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้งผิง ผู้นำจีน มีกำหนดจะจัดประชุมสุดยอดในกรุงปักกิ่ง วันที่ 14-15 พฤษภาคม 2026 หลังจากสงครามอิหร่านทำให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไปครั้งหนึ่ง
วันที่ 25 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ แคโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ประกาศกำหนดการใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐ ในการเดินทางเยือนประเทศจีน เพื่อประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ อีกทั้งกล่าวว่า สี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเช่นกัน ภายในปีนี้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์มีกำหนดการเดินทางเยือนจีนปลายเดือนมีนาคม นับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 8 ปี แต่กำหนดการดังกล่าวถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากสงครามอิหร่านทำให้ทรัมป์ต้องอยู่ในวอชิงตันและมุ่งความสนใจไปกับสงคราม ทำเนียบขาวระบุว่า สี จิ้นผิง เข้าใจเหตุผลของทรัมป์ในการเลื่อนการเดินทาง
เมื่อถูกถามว่า กำหนดการใหม่นี้บ่งชี้ว่าทรัมป์มีความพยายามจะยุติสงครามอิหร่านภายในกรอบเวลานี้หรือไม่ ลีวิตต์กล่าวว่า ฝ่ายบริหารประเมินไว้เสมอว่า ความขัดแย้งดังกล่าวจะกินเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ โดยหลีกเลี่ยงที่จะระบุว่า การยุติสงครามเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นในการประชุมครั้งนี้หรือไม่
โดยทั่วไปแล้ว ทรัมป์มีท่าทีต่อจีนในแง่ดี โดยทั้งสองประเทศพยายามหาทางแก้ปัญหาที่ค้างคาอยู่จากปีก่อนหน้า ทั้งในเรื่องของสงครามการค้าและข้อพิพาทเกาะไต้หวัน ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นบททดสอบครั้งใหม่ว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง รู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ปัจจุบันด้านการค้า การสนับสนุนไต้หวัน และผลกระทบจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐ ทั้งนี้ อิหร่านเป็นคู่ค้าน้ำมันรายสำคัญของจีน
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ ขณะที่สองฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและชิ้นส่วนเครื่องบิน แต่คาดว่า จะมีการหารือในประเด็นไต้หวัน ซึ่งมีความตึงเครียดสูง และอาจมีความคืบหน้าน้อยมาก โดยในช่วงวาระที่สองของการดำรงค์ตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์ขายอาวุธของสหรัฐให้แก่ไต้หวันเพิ่มขึ้น สร้างความไม่พอใจแก่จีนซึ่งอ้างว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน
บลูมเบิร์กยังรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสหรัฐและจีน รวมถึงเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้พบกันที่กรุงปารีส เพื่อประชุมวางรากฐานสำหรับการประชุมสุดยอดของทรัมป์และสี จิ้นผิง ที่จะเกิดขึ้น อีกทั้ง มีการหารือเกี่ยวกับกลไกใหม่เพื่อกำกับดูแลความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและจัดการข้อกังวลระหว่างสองประเทศ ซึ่งกรีเออร์เรียกว่า “คณะกรรมการการค้าสหรัฐ-จีน” (US-China Board of Trade)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




