‘ศุภจี’ ย้ำควบคุมสินค้า 59 รายการ จ่อเพิ่มลิสต์ อีก 7 รายการ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

‘ศุภจี’ ย้ำควบคุมสินค้า 59 รายการ จ่อเพิ่มลิสต์ อีก 7 รายการ พร้อมยกระดับจากแจ้งปรับราคา เป็นขออนุญาตขึ้นราคาเพิ่มอีก ย้ำปุ๋ยในประเทศมีถึง เม.ย. ชี้หาแหล่งเพิ่มราคาอาจขยับ กำชับ งดสต๊อก บริหารไม่ให้ขาดตลาด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานว่า ในภาวะวิกฤตแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในประสานกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ในการดูแลสินค้าที่ควบคุมอยู่ทั้งหมด 59 รายการ

โดยจากการประชุมร่วมกันมีการสรุปว่าจะเพิ่มสินค้าเข้ามาอีก 7 รายการ ในหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปสงค์อุปทานที่เกิดผลกระทบกับราคาสินค้า เช่น เมล็ดพลาสติก, น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส น้ำปลา, ซีอิ๊ว เป็นต้น

ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าที่ควบคุมดูแลอยู่แยกออกเป็น 12 หมวด และมีระดับความเข้มข้น 5 ระดับ ซึ่งระดับที่เข้มข้นสูงสุดคือ หากจะขยับราคาจะต้องมีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน มีทั้งหมด 8 สินค้า

นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่จะขยับความเข้มข้น จากที่แค่การแจ้งปรับราคาเป็นการขออนุญาตปรับขึ้นราคา เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป นมผง และนมเหลว นมเปรี้ยว เป็นต้น

Advertisement

โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการแล้ว ย้ำว่ายังสามารถดูแลสต๊อกที่มีอยู่ได้ในหมวดสินค้าจำเป็นที่ควบคุมดูแลอยู่ได้ แต่ในหมวดสินค้าทั่วไปยอมรับว่าจะมีการปรับขึ้นราคาตามที่ประชาชนได้รับรับทราบ เช่น น้ำตาลทราย เป็นต้น

ขณะที่เรื่องการหาวัตถุดิบเพิ่มเติมในภาคของเกษตรกรที่กำลังจะมีการเก็บเกี่ยวในบางพืชผลนั้น กระทรวงพาณิชย์จะได้ติดตามเรื่องปุ๋ย โดยระบุว่ามีสต๊อกเพียงพอในประเทศถึงประมาณเดือนเมษายน ซึ่งจะหาเข้ามาเพิ่มเติมได้แต่อาจมีราคาที่แตกต่างกันออกไป

Advertisememt

ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการเยียวยาเพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องชาวประมง โดยการหารือถึงแนวทางการช่วยค่าปุ๋ย รวมถึงทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการปรับสูตรปุ๋ยให้ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้ามากขึ้น หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมในพื้นที่ที่สามารถทำได้

นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงราคาสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ในสินค้าควบคุม แต่เป็นสินค้าที่จำเป็นได้มีการเจรจากับผู้ประกอบการและได้รับความร่วมมืออย่างดีที่จะทำสินค้า “ไทยช่วยไทย” โดยส่งสินค้าราคาพิเศษลงไปทั้ง 77 จังหวัดผ่านทางผู้ค้าปลีกค่าส่ง

และยังมีโครงการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยส่งตรงให้กับผู้เปราะบาง ซึ่งจะเชื่อมโยงกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องกับทางกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม นางศุภจีย้ำว่า ในเรื่องการบริหารจัดการสินค้าจำเป็น มีการดูแลเรื่องการเก็บสต๊อกสินค้าเพื่อไม่ให้มีการเก็บสต๊อกมากเกินไปและบริหารจัดการไม่ให้มีการขาดช่วง ซึ่งทีมงานของกระทรวงพาณิชย์ได้ลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีมาตรการในการตรวจจับตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการ อย่างเข้มข้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง