
จากกรณีสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สภน.) ชี้แจงกรณีสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ในคราวเดียว สร้างแรงกระเพื่อมต่อค่าครองชีพอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้เห็นภาพรวม ประชาชาติธุรกิจ ได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตราคาน้ำมัน ล่าสุด ณ วันที่ 26 มีนาคม 2026 เปรียบเทียบโครงสร้างราคากับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อ้างอิง www.eppo.go.th ดังนี้:
ราคาน้ำมันเบนซิน
- สิงคโปร์: 87.25 บาท/ลิตร
- ลาว: 62.35 บาท/ลิตร
- เมียนมา: 59.87 บาท/ลิตร
- กัมพูชา: 55.72 บาท/ลิตร
- ฟิลิปปินส์: 54.50 บาท/ลิตร
- ไทย: 41.05 บาท/ลิตร
- เวียดนาม: 37.08 บาท/ลิตร
- มาเลเซีย: 31.96 บาท/ลิตร
- อินโดนีเซีย: 24.00 บาท/ลิตร
- บรูไน: 13.54 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมันดีเซล
- สิงคโปร์: 100.26 บาท/ลิตร
- เมียนมา: 68.26 บาท/ลิตร
- ฟิลิปปินส์: 66.71 บาท/ลิตร
- ลาว: 64.14 บาท/ลิตร
- กัมพูชา: 57.76 บาท/ลิตร
- เวียดนาม: 47.16 บาท/ลิตร
- มาเลเซีย: 45.59 บาท/ลิตร
- ไทย: 38.94 บาท/ลิตร
- อินโดนีเซีย: 28.32 บาท/ลิตร
- บรูไน: 7.92 บาท/ลิตร
กองทุนน้ำมันฯ ติดลบ
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของการปรับขึ้นราคาครั้งนี้มาจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 198 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ขึ้นไปแตะระดับ 242 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระอย่างหนัก ปัจจุบันกองทุนฯ มีสถานะติดลบมากกว่า 35,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกเพื่ออุดหนุนราคาเฉลี่ยถึงวันละ 2,000 ล้านบาท คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จึงมีมติลดสัดส่วนการอุดหนุนทั้งน้ำมันดีเซลและเบนซิน เพื่อรักษาภาพรวมสภาพคล่องของกองทุนฯ
น้ำมันปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาท
สำหรับคำถามที่ว่าเหตุใดจึงไม่ใช้วิธีการทยอยปรับขึ้นราคานั้น นายพรชัยชี้แจงว่าเนื่องจากราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาเพียง 2-3 วัน ทำให้ภาระของกองทุนฯ เพิ่มขึ้นทันที การปรับขึ้น 6 บาทจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้กองทุนฯ ยังคงดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ ยังคงทำหน้าที่อุดหนุนราคาบางส่วน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคเศรษฐกิจ รวมถึงแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน
ส่วนประเด็นการประกาศปรับราคาในช่วงดึก นายพรชัยยืนยันว่าเป็นไปตามขั้นตอนปกติของการคำนวณราคาตามตลาดสิงคโปร์ ซึ่งปิดทำการเวลาประมาณ 19.00 น. ก่อนจะนำมาประมวลผลและสรุปมติในช่วงค่ำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเอื้อประโยชน์ให้มีการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด
มาตรการตรวจสอบ
ในส่วนของแนวโน้มราคาช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายพรชัยระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าราคาจะพุ่งสูงถึง 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ เนื่องจากต้องประเมินสถานการณ์ตลาดโลกและต้นทุนแบบวันต่อวัน ส่วนข้อเสนอเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้น ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการประสานงานกับกระทรวงการคลัง
ขณะเดียวกัน นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศกว่า 3,000 แห่ง พบการกระทำผิด 17 ราย ส่วนใหญ่เป็นการไม่ติดป้ายแสดงราคาชัดเจน และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนแล้วกว่า 385 ราย ซึ่งหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




