เคาะ 7 มาตรการช่วยวิกฤตพลังงาน เติมเงินบัตรคนจน จ่อลดภาษีน้ำมัน อัดซอฟต์โลนหมื่นล้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อหารือประเด็นวิกฤตพลังงาน หลังจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตรในเวลาตี5เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงว่า ครม.นัดพิเศษ มีมติเห็นชอบมาตรการดูแลผลกระทบวิกฤตพลังงาน ดังนี้ 1.เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ว่าจะลดอย่างไร เป็นเวลาแค่ไหนตามความเหมาะสม 2.การดูแลกลุ่มเปราะบางจะใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเติมเงิน เพิ่มในรายการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคจากปกติ 300 บาท เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 1 เดือนก่อน และเมื่อตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยจะพิจารณาว่าจะต่ออายุมาตรการหรือไม่ต่อไป 3.การดูแลกลุ่มขนส่ง รถบรรทุก รถโดยสาร และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง4.การดูแลกลุ่มเกษตรกร โดยกระทรวงพาณิชย์จะมีโครงการปุ๋ยธงเขียว ควบคู่ไปกับการอุดหนุนค่าปุ๋ย บัตรดินดี เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ภาคเกษตร และสนับสนุนการใช้ปุ๋ยทางเลือก หรือปุ๋ยอินทรีย์5.การช่วยเหลือกลุ่มประมง ด้วยการให้ใช้น้ำมัน B20 ซึ่งต้นทุนจะถูกกว่าน้ำมันปกติ 5-6 บาทต่อลิตร 6.การช่วยเหลือกลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ จะพิจารณาขยายระยะเวลาตรวจรับงานที่เหมาะสม สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยดูเป็นรายกรณี ขณะเดียวกันทางสำนักงบประมาณก็จะมีการชดเชย ค่า K ให้ และ 7.การช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ธนาคารออมสิน จัดวงเงินซอฟต์โลน 10,000 ล้านบาท ไว้ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งซัพพลายเชน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ให้เน้นย้ำสินค้าควบคุม ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค มีอยู่แล้ว 59 รายการ และจะเพิ่มเติมมา 7 รายการด้วยกัน โดยได้ให้ครม.พิจารณาแล้ว เป็นสินค้าที่เกี่ยวกับห่วงโซ่อุปสงค์ อุปทาน ตัวอย่างเช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ทั้งน้ำปลาและซีอิ๊ว เป็นต้น ปัจจุบันมีสินค้าที่ควบคุมดูแลอยู่แยกออกเป็น 12 หมวด และมีระดับความเข้มข้น 5 ระดับ ซึ่งระดับที่เข้มข้นสูงสุดคือ หากจะขยับราคาจะต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน มีทั้งหมด 8 สินค้า เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป นมผงและนมเหลว นมเปรี้ยว เป็นต้น โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการแล้ว ย้ำว่า ยังสามารถดูแลสต๊อกที่มีอยู่ได้ในหมวดสินค้าจำเป็นที่ควบคุมดูแลอยู่ได้ แต่ในหมวดสินค้าทั่วไปยอมรับว่า จะมีการปรับขึ้นราคาตามที่ประชาชนได้รับทราบ เช่น น้ำตาลทราย เป็นต้น

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีประชาชนกังวลว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 50 บาทต่อลิตร มีแผนรับมืออย่างไร โดยเฉพาะสงกรานต์ ว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ตัดสินใจปรับทีเดียว6บาท ถือว่าคุยกันนาน หนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงที่คาดไม่ถึง ไม่น่าจะรุนแรงและยาวนานขนาดนี้ รัฐบาลพยายามจะตรึงให้ได้ และผ่อนมาเหลือ 33 บาทต่อลิตรแต่สุดท้ายต้องยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้ กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบส่งออกกักตุนเก็งกำไร ทำให้น้ำมันที่ฝืดเข้าระบบประมาณ 86 ล้านลิตร ซึ่งมากกว่าปกติอยู่ประมาณ 20% ถูกนำไปเก็บสำรองเอาไว้มาตรการราคาจึงเป็นอีกมาตรการหนึ่ง หากถามว่าจะถึง 50 บาทไหมไม่สามารถตอบได้ อาจจะลงมาก็ได้ หากเขาหยุดรบราคาหลังจากนี้ไปจะขึ้นหรือลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หาสถานการณ์ดีขึ้น ลดภาษีสรรพสามิตลดราคาซึ่งก็มีทั้งบวกและลบหลังจากนี้ไป