ไม่ได้ขู่! เผยอิหร่าน จัดชุดใหญ่ พร้อมรับมือทัพมะกันบุกเกาะคาร์ก

เดอะ ไทมส์ ออฟ อิสราเอล สื่ออิสราเอล รายงานว่า นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านผู้ทรงอิทธิพล ออกมาเตือนว่ามีข้อมูลบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่า “ศัตรู” กำลังเตรียมปฏิบัติการบุกรุกรานเกาะแห่งหนึ่งของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาคนี้ที่เขาไม่ได้ระบุชื่อ ซึ่งเกาะดังกล่าวคาดว่าน่าจะเป็นเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันดิบสำคัญของอิหร่านมากถึง 90%

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

“จากรายงานข่าวกรองบางฉบับ ศัตรูของอิหร่านกำลังเตรียมที่จะยึดครองเกาะแห่งหนึ่งของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐหนึ่งในภูมิภาค กองกำลังของเรากำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของศัตรูทั้งหมด และหากพวกเขากระทำการใดๆ แล้วละก็ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งหมดของรัฐนั้นในภูมิภาคนี้ก็จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง” ประธานรัฐสภาอิหร่านโพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 25 มีนาคม

ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในโพสต์แยกต่างหากก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน กาลิบาฟระบุว่า อิหร่านกำลังติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดของสหรัฐในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนกำลังทหาร

ข้อความดังกล่าวของกาลิบาฟเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานว่าเพนตากอน หรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ เตรียมจะส่งทหารหลายพันนายจากกองพลร่มที่ 82 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษไปเสริมทัพในตะวันออกกลาง

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 26 มีนาคม อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่ใกล้ชิดกับรายงานข่าวกรองของสหรัฐระบุว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ อิหร่านได้วางกับดักและเคลื่อนย้ายกำลังทหารและระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมไปยังเกาะคาร์ก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการของสหรัฐที่อาจเกิดขึ้นเพื่อมุ่งเข้าควบคุมเกาะดังกล่าว

Advertisement

แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านได้วางกับดักต่างๆ รวมถึงทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลและต่อต้านยานเกราะไว้รอบเกาะ รวมถึงบริเวณชายฝั่งที่กองทัพสหรัฐอาจใช้เป็นจุดยกพลขึ้นบก หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินหน้าปฏิบัติการภาคพื้นดิน

ก่อนหน้านั้นซีเอ็นเอ็นรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาส่งกองกำลังสหรัฐเข้ายึดเกาะคาร์กของอิหร่าน เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองกับเตหะรานในการบีบให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

แต่เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของสหรัฐกล่าวว่า การปฏิบัติการภาคพื้นดินดังกล่าวนั้นมีความเสี่ยงสูง รวมถึงการเสี่ยงสูญเสียกำลังพลสหรัฐจำนวนมาก โดยเกาะนี้มีระบบป้องกันหลายชั้นและอิหร่านได้เคลื่อนย้ายระบบขีปนาวุธนำวิถีจากพื้นดินสู่อากาศแบบพกพา (MANPAD) เพิ่มเติมไปยังเกาะดังกล่าวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า พันธมิตรบางส่วนของทรัมป์กำลังตั้งคำถามอย่างจริงจังว่ามีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินปฏิบัติการดังกล่าวหรือไม่ เพราะแม้จะยึดเกาะคาร์กได้สำเร็จ แต่ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซและการผูกขาดตลาดพลังงานโลกของอิหร่านได้

ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการใดของอิหร่านบนเกาะคาร์ก

ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเกาะคาร์กของอิหร่านไปแล้วเมื่อวันที่ 13 มีนาคม โดยมุ่งโจมตีเป้าหมายทางทหารถึง 90 แห่ง รวมถึงคลังเก็บทุ่นระเบิดทางทะเล บังเกอร์เก็บขีปนาวุธ เป้าหมายทางทหารอื่นๆ โดยทรัมป์ประกาศด้วยว่ากองกำลังสหรัฐหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์กด้วยเหตุผลด้านความเหมาะสม